นิภัทร์'s profileYodaspacePhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    April 11

    โหมดระบาย (อีกแล้ว)

    ก่อนอื่น ขอบอกว่า ในบล๊อกนี้ เราเขียนเพื่อระบายอารมณ์

    อย่าไปใส่ใจมาก เป็นแค่เพียงวิธีผ่อนคลายวิธีหนึ่งเท่านั้น

    หากเป็นไปได้ก้ออย่าเข้ามาอ่านเลย ปิดไปซะ

    วันนี้เราได้รู้อะไรอีกอย่างหนึ่งว่า

    เราเนี่ย เป็นคนที่นิสัยไม่ดีเอามากๆเลย

    เหมือนกับว่า ที่ผ่านมาเราหลอกตัวเองยังไงก้อไม่รุ้

    หลอกว่าตัวเราเป็นคนดี

    เฮ้อออออ..................

    รู้สึกดีขึ้นหน่อยนึง แต่ต้องเขียนต่อไป

    บางทีเราก้อรู้สึกว่า กุเนี่ยทำไมมันขี้อวด อวดเก่ง

    ทำตัวเป็นคนที่รู้ไปซะทุกอย่าง บางเรื่องถึงขนาดต้องโกหก เพื่อทำให้ตัวเองดูดี

    ทั้งๆที่ก้อรุ้อ่านะ ว่าทำไปก้อไม่ได้อะไรขึ้นมา

    รู้สึกว่าปากตัวเอง มันคอยแต่จะปกป้องตัวเองตลอดเวลาเลย

    บางเรื่อง เราก้อยึดมั่นในความคิดของตัวเองอยุ่

    คิดว่ากุแน่ กุเก่ง คนอื่นมันผิดไปหมด

    ที่กุคิดน่ะมันถูกแล้ว

    แต่พอรู้ว่าความคิดตัวเองผิด มันยอมรับนะ ว่าผิด

    แต่ก้อยังรุ้สึกเสียหน้าอยู่ดี

    ดูดิ คนอะไรมันจะนิสัยแย่ได้ขนาดนี้

    แล้วก้อยังรู้สึกว่า เป็นคนทีไม่มีอนาคตเลย

    คิดว่า มันก้อจริงนะที่เกรดกะคะแนนเราก้อพอใช้ได้

    แต่คิดดิ ตอนนี้เรายังไม่รุ้เลยว่าเราชอบอะไรจริงๆ

    เหมือนกับเรื่องผู้หญิง 555+

    เคยมีคนที่ดีพร้อม แต่ก้อเบื่อ นิสัยแย่จริงๆเลย

    เหมือนกันมันได้มาแล้วอ่ะ แล้วพอมาคิดดู

    เหมือนจะเข้าข้างตัวเองอีกแล้ว

    ว่าก้อเพราะเรารุ้ว่าเรานิสัยเป็นอย่างงี้ เราเลยเลิกกันมั้ง

    ไม่รู้ใครเลิกใคร

    แต่ทุกวันนี้แค่คิดถึงก้อรู้สึกผิดแล้ว

    เฮ้อออออออออ..........

    ตอนนี้คิดจะไปชอบใคร ก้อรุ้สึกว่า จะจีบเหรอ

    ถ้าสมมุติ ฟลุ้คติด แล้วเราจะไม่เบื่อเค้าเหรอ

    ไม่อยากเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว

    ก้อเลยคิดว่า อยู่คนเดียว มันก้อดีนะ สบายใจดี

    เหงาบ้าง อะไรบ้าง 555+

    เอามาจากชื่อเอ็มใครไม่รุ้

    พยายามหางานมาทำ ตอนนี้ก้อเลยรู้สึกว่าเหมือนอะไรๆมันก้อควบคุมไม่อยุ่แล้ว

    เพราะมัวแต่สนใจเรื่องงานอย่างเดียว

    ไม่ก้อเล่นเกม

    เพื่อนๆหรือคนอื่นๆก้อเริ่มๆหายๆไป

    การเรียนก้อไม่ค่อยดี เพราะทำงานไป นอนดึก

    ร่างกายมันไม่รับอ่ะ คะแนนมันก้อตก

    แต่ก้อยังดี ที่ว่ายังพอจะรุ้ตัว อ่านหนังสือทัน

    เน้นอ่านเยอะ

    คิดไปคิดมา บางเรื่องเก่ามันก้อย้อนขึ้นมา

    ว่าเอ้อ ทำไมกุมันโง่จังวะ

    คนอื่นมันจะว่ากุโง่มั้ยเนี่ย

    55+

    แต่บางทีก้อคิด กุก้อคนนะเว้ย

    เหมือนคนโรคจิตเนอะ ถามเองตอบเอง

    แต่บางทีมันก้อเจอเรื่องดีดีบ้างในชีวิต

    อย่างวันนี้ เราขึ้นรถเมล์ สาย75 คันเล็ก

    นั่งอยู่เบาะหลัง พอเลยแยกบุคคโล ผู้ชายคนนึงก้อมาสะกิด

    บอกว่า ขอผมนั่งได้มั้ยครับ

    พอดีจะหน้ามืด

    เราก้อลุกเลย โดยไม่ได้ิคิดอะไร เพราะรู้ดีว่าคนหน้ามืดมันเป็นยังไง

    เคยเป็นบ่อยๆ

    ก้อลุกแล้วคิดได้ว่า ตอนเราเป็นลม หน้ามืด เราจะต้องดมยาดม

    ก้อเลยหาในกระเป๋า เจอยาดมที่ซื้อเผื่อไว้

    ก้อเลยส่งให้เค้าไป เค้าก้อรับแล้วสูดใหญ่เลย

    หน้าซีดมาก แบบเป็นผู้ชายอายุประมาณ 20 กว่าๆ ตัวใหญ่ทีเดียว

    ผิวคล้ำ แต่ตอนนั้นหน้าเค้าซีดมาก เหมือนกระดาษเลย ซีดจนดูออกอ่ะ

    เหงื่อชุ่มเหมือนกับเพิ่งไปแช่น้ำมา

    พอให้เค้าแล้วเรารู้สึกสบายใจมาก

    รู้สึกดีมากๆเลย ว่าเราได้ช่วยเค้าแล้วนะ

    ถือเป็นการเติมพลังชีวิตของเราอีกทางนึง 555+

    คิดในใจว่า ซักวัน พี่เค้าก้อคงจะมีโอกาสได้ให้ยาดมกะคนอื่น ต่อๆกันไป

    ตอนนี้สบายใจละ ไปนอนดีกว่า อิอิ

    ถ้ายังมีใครอ่านอยู่ก้อขอขอบคุณมาก

    ที่อาจจะคิดว่าไอ้นี่มันยังไง 555+ คิดแทนคนอื่นอีกแล้ว

    ฮ้าววววววววววว ง่วงจริงๆ
    April 04

    มาดูการตายในชาติที่แล้วของเรากัน(แบบขำๆ)

    เริ่มเลยละกันนะ ก่อนอื่นต้องเอากระดาษกับปากกามาเตรียมจดไว้
     
    เริ่มจากมองหาวันที่ที่เราเกิดกันก่อนเลย
    1 โดนเพื่อนข้างบ้าน

    2 โดนคนบ้า

    3 โดนยายแก่

    4 โดนขอทาน

    5 โดนหมาบ้า

    6 โดนอาแปะ

    7 โดนพี่ชาย

    8 โดนน้องชาย

    9 โดนพี่สาว

    10 โดนน้องสาว

    11 โดนคนโรคจิต

    12 โดนอาม่า

    13 โดนเด็กเสิร์ฟ

    14 โดนภรรยา

    15 โดนคนต่างชาติ

    16 โดนเด็กวัด

    17 โดนเอเลี่ยน

    18 โดนมนุษย์ต่างดาว

    19 โดนคนต่างด้าว

    20 โดนคนขายยาบ้า

    21 โดนสัปเหร่อ

    22 โดนพ่อบ้าน

    23 โดนนักธุรกิจ

    24 โดนช่างก่อสร้าง

    25 โดนคนขับแท๊กซี่

    26 โดนไก่ป่า

    27 โดนเกย์

    28 โดนกะเทย

    29 โดนเด็กทารก

    30 โดนเด็กเนิ๊ร์ด

    31 โดน เกรียน

     

    แล้วก็มาหาเดือนเกิดของเรากัน
    ...........เกิดเดือนที่


    1 ยิงหัวตาย

    2 กระโดดถีบตาย

    3 จิ้มก้นตาย

    4 ดินสอจิ้มตาตาย

    5 สั่งให้รถทับตาย

    6 จับผูกคอตาย

    7 ใช้หมัดปืนกลยางยิงตาย

    8 สะกัดขาหัวทิ่มตาย

    9 ผลักตกบันไดตาย

    10 กระทืบตาย

    11 ผลักจนหกล้มตาย

    12 ยัดโถส้วมตาย

    แล้วก็ต่อด้วย.......เกิดวัน


    วันจันทร์ เพราะไปแย่งอาหารเค้า

    วันอังคาร เพราะไปล้อเค้าเรื่องหน้าตา

    วันพุธ เพราะมองหน้าเค้า

    วันพฤหัสบดี เพราะไปดึงผมหงอกเค้า

    วันศุกร์ เพราะไปทำหน้าหื่นใส่เค้า

    วันเสาร์ เพราะไปชนเค้าจนล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 ตกท่อ

    วันอาทิตย์ เพราะตบหัวเค้า

    เสร็จแล้วก็เอามารวมกัน ก็จะได้เป็นการตายในชาติที่แล้วของเรา
    55555555555555555555

    credit :  Decepticon www.seedang.com

    February 22

    BYE NIOR CPE#19

    และแล้ววันนี้งาน Bye Nior CPE#19 ก้อได้จบลงซะที
     
    หลังจากที่ได้ตรากตรำทำงานกันมานาน
     
    เมื่อวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2552
     
    พวกเราพี่น้อง ชาววิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ทั้ง 4 ชั้นปี
     
    ก้อมารวมตัวกันที่ใต้ CB 4
     
    พวกเราปีสองต้องไปก่อน เพราะเป็นคนจัดกิจกรรม
     
    หลายๆคนอาจจะสงสัยว่าทำไมงานนี้ต้องให้ปีสองจัด
     
    ก้อเพราะว่าพี่พี่ Senior ที่เราจะอำลาเนี่ย ก้อคือพี่พี่ ที่เป็นคนให้รุ่น 21 กับพวกเรา
     
    เวลานัดกันคือ 1 ทุ่มตรงที่บางมด
     
    แต่เนื่องจากเป็นหน่วยเวลาบางมด ทำให้กว่าจะได้ออกเดินทางกันจริงๆก้อประมาณ 1 ทุ่ม 45 นาทีเข้าไปแล้ว
     
    จากบางมดเดินทางไปยังรีสอร์ท ซึ่งตั้งอยุ่บริเวณน้ำตก นางรอง จังหวัดนครนายก
     
    ตอนแรกก้อคิดว่า ไม่ไกลเท่าไหร่ แล้วการเดินทางก้อไม่น่าจะลำบาก
     
    เพราะนครนายก ก้อเป็นจังหวัดที่ใหญ่พอสมควร
     
    แต่ที่ไหนได้ พอรถของพวกเราออกจากรังสิต เราก้อพบกับถนนสี่เลน
     
    ที่นานๆครั้งจะมีไฟข้างทาง
     
    ยอมรับเลยว่าน่ากลัวมาก
     
    นี่ถ้าไม่ได้มากะเพื่อนๆทั้งคันรถ เราก้อคงไม่ยอมมาคนเดียวแน่ๆ
     
     กว่าจะเดินทางมาถึงรีสอร์ทก้อประมาณ 4 ทุ่ม
     
    พวกเราก้อประชุมเพื่อนัดแนะกิจกรรมต่างๆ
     
    รวมทั้งแบ่งคนไปทำงาน
     
    จนประมาณเที่ยงคืนถึงตีหนึ่ง พี่ๆ Senior ก้อมาถึง
     
    พวกเราก้อออกมาต้อนรับกันอย่างพร้อมหน้า
     
    รวมทั้งการเอาคืนพี่ๆ โดยการเอาแป้งมาละเลงใส่พี่ๆ
     
    ไอ้เราก้ออยู่ซะปลายแถว พี่พี่ที่มาถึงเลยมีแป้งซะเต็มหน้า
     
    เละกันไปตามๆกัน โฮะๆ
     
    หลังจากนั้นก้อรวมตัวกันเพื่อไหว้พระพรหม และพระภูมิ
     
    แล้วพวกพี่ๆและน้องๆถึงได้นอนกัน
     
    ส่วนเราเนี่ย ได้หน้าที่เป็น Security หรือ ยามนั่นเอง555+
     
    เราก้อเรียกเพื่อนๆที่อยากมาทำงานส่วนนี้ได้ประมาณ 10 คน แล้วพากันเดินดูให้ทั่วรีสอร์ท
     
    เดินรอบแรกรู้สึกว่ารีสอร์ทกว้างมาก แล้วน่ากลัวมากๆด้วย
     
    แต่พอหลังจากที่เพื่อนๆในกลุ่มถูกเรียกตัวให้ไปทำนั่นทำนี่ เยอะแยะ
     
    เราก้อเลยเหลือกันอยุ่แค่ 5 คน
     
    ก้อเลยแบ่งกันออกเป็นสองกลุ่ม  กลุ่มแรก มีก๊อก นัท(โดโซะ) แล้วก้อมะเหมี่ยว
     
    อีกกล่มก้อคือ เรา แล้วก้อเบล
     
    วันแรกยังวุ่นวายอยุ่บ้าง เพราะห้องต่างๆยังไม่เข้าที่ซักเท่าไหร่
     
    เพราะบางห้อง ห้องน้ำเสีย
     
    แต่มีอยุ่ห้องนึง ชื่อว่า เอกสายธาร
     
    บ้านนี้ใหญ่พอสมควรเลย เพราะนอนได้ 3 ห้อง รวมกัน 15 คน
     
    แต่พะดีว่าที่รีสอร์ทเนี่ย มันมีการก่อสร้างอยู่ เลยมีแคมป์คนงานมาตั้งอยุ่ด้านหลังบ้าน
     
    แล้วน้องที่อยุ่ในบ้านก้อมีแต่น้องผู้หญิงหมดเลย
     
    เครียดเลยพี่น้อง
     
    แต่พะดีฟิล์มกะท๊อปว่าง เราก้อเลยขอให้สองคนนี้มานั่งเฝ้าหน้าบ้านตลอดคืน
     
    ถ้าน้องๆที่อยุ่บ้านหลังนี้ได้มาอ่าน ก้ออย่าลืมขอบคุณพี่เค้านะ พี่เค้ามานั่งกันตั้งแต่ น้องเข้านอน
     
    ถึงประมาณ ตีห้า
     
    เราก้อลากมันไปนอนก่อนเพราะมันเหนื่อยกะการเตรียมงานมาหลายคืนแล้ว
     
    แต่โดยรวมแล้วคืนแรกมันยังไม่มีอะไรมาก
     
    เพราะพี่ๆยังมีแรงดีอยุ่
     
    ที่สำคัญมันยังไม่ได้กินเหล้ากันเท่าไหร่555
    February 13

    ความคิด

    วันนี้ได้เห็นอะไรหลายๆอย่าง
     
    แต่บางอย่างก้อทำให้ต้องปลง
     
    บางอย่างเห็นแล้ว ท้อใจ
     
    บางอย่างเห็นแล้ว อิจฉาว่ะ
     
    บางอย่างก้อเห็นแล้ว แต่อยากแกล้งทำเป็นไม่เคยเห็น
     
    ก้อไม่รุ้อ่านะ ว่าคนทีมาอ่านจะเป็นใคร จะรู้จักเราแค่ไหน
     
    แต่ถ้าอ่านแล้วเห็นว่าเราไม่เพ้อมากจนเกินไป ก้ออย่าว่ากันเลยนะ
     
    เราคงว่าอะไรพวกแกไม่ได้ เพราะทุกคนย่อมมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก้อได้
     
    พวกแกก้อมีความสุขกัน เราก้อยินดีด้วย
     
    แค่บางการกระทำที่เปลี่ยนไปอาจจะทำให้เรา มองเป็นอีกมุมนึง
     
    แต่เราก้อจะ "ปลง" ซะ
     
    และอยากที่จะ "แกล้งทำเป็นไม่เห็น"
     
    เรื่องวันนี้ก้ออีกเรื่องนึง เห็นแล้ว
     
    "ท้อใจ"
     
    ก้อยอมรับนะว่าเราอ่ะ ค่อนข้างเป็นคนที่ซีเรียสเรื่องงาน
     
    แต่เราก้อต้องยอมรับว่าการประชุมสองครั้งที่แล้วเราก้อไม่ได้เข้า
     
    ครั้งแรกเพราะเราติดธุระ ไปทำงานให้พวกคุณ
     
    ครั้งที่สอง เราต้องบอกว่าเห็นแก่ตัวมาก
     
    เพราะวันรุ่งขึ้นจะสอบ เราเลยโดดประชุมมาซ้อม
     
    ขอโทษ
     
    แต่วันนี้ เรามีงานของมหาลัย เราวิ่งจากตึกอธิการมา CB4 เพียงเพื่อ
     
    เป็นคนเดียวในกลุ่ม ที่มา
     
    และไม่ได้กินข้าวเที่ยง เพียงเพื่อ
     
    วิ่งกลับมาทำงานที่ตึกอธิการต่อ แล้ว...
     
    ช่างมัน
     
    ครั้งหน้าคิดซะว่าเราหายกัน หรือพวกแกจะไม่ประชุมอีกครั้งชดเชยเราก้อได้นะ
     
    เรารุ้ว่าพวกแกไปทำอะไรกัน ที่ไหน
     
    ทุกคนต่างก้อมีเหตุผลส่วนตัวกันทั้งนั้น
     
    ไม่มีใครจำเป็นต้องแก้ตัว
     
    เพราะคำแก้ตัว มีแต่จะทำให้คุณค่าของความจริง
     
    น้อยลง
     
    ส่วนอีกเรื่อง เรา "อิจฉา" เพื่อนเราคนนึง
     
    ที่มีความกล้า ถึงจะเป็นการคุยกันในบล๊อก
     
    แต่ถ้ามาจากใจก้อไม่ต่างกัน
     
    ซักวันนึงเราคงทำได้อย่างมันบ้างนะ
     
    แต่อย่าเพิ่งคิดว่าเราจะมาต่อว่าใครทั้งนั้น
     
    อย่างที่บอก แต่ละคนมีเหตุผล
     
    ก้อขอให้ทุกคน ทำหน้าที่ของตนเอง ในแต่ละเวลา
     
    ให้ครบถ้วน ตามแต่ "เหตุผล" จะชี้นำ
     
    แล้วขอว่า
     
    ถ้าจะเลิกคบกะเราก้อเลิกไปเลย อย่าต่อหน้าอย่างหนึ่ง
     
    ลับหลังก้ออีกอย่าง
     
    เราเคยเป็นนะแบบนั้น แต่เรารู้แล้ว เราไม่ทำแล้ว
     
    จบแค่นี้ล่ะ หวังว่ามาอัพสเปซครั้งหน้าคงจะ
     
    ไม่มีเรื่องเครียดๆแบบนี้มาให้เขียนอีกนะ
    February 09

    กลับมาแล้ววววว

    หลังจากห่างหายไปนาน 555+
     
    เพราะด้วยกิจกรรม และการเรียนอันหนักอึ้ง รวมทั้งเรื่องต่างๆมากมาย
     
    วันนี้เกิดอาการอยากเขียนขึ้นมาอีกละ
     
    จะว่าไปการเขียนในบล๊อกหรือสเปซเนี่ย มันก้อดีเหมือนกันนะ
     
    เหมือนเป็นการระบาย นอกจากการไปคุยกะต้นไม้ 555+
     
    กลับมาเขียนคราวนี้ มีเรื่องอะไรต่ออะไรมากมาย บางเรื่องเป็นประสบการณ์ที่ได้จากการทำงาน
     
    บางเรื่องมันก้อเดินทางมาหาเราเอง
     
    บางเรื่องก้อมีคนเล่าให้ฟัง
     
    ในขณะที่บางเรื่อง ก้อเป็นเรื่องของคนอื่น 555 อย่างงี้เรียกว่าอะไรนะ
     
    แต่ก้ออย่างว่าแหละ เราไม่ได้เขียนนาน คนที่เคยเข้ามาอ่านในสเปซก้อหายๆไป
     
    เพราะส่วนนึงไปเล่นฮิห้า อีกส่วนก้อคิดว่าไอ้นี่คงไม่เขียนอีกแล้ว
     
    อีกส่วนก้อไม่มีเวลามานั่งอ่านสเปซอีก
     
    เราเป็นคนนึงนะที่เคยเปลี่ยนไปเล่น Hi5
     
    แต่เล่นไปเล่นมามันก้อน่าเบื่อพิกล
     
    มันดูไม่มีอะไรเลย แค่แอดเพื่อน แล้วก้อโพสคุยกัน
     
    ซึ่งเราก้อออนเอ็มคุยกันได้อยุ่แล้วนิ
     
    ส่วนของบล๊อกก้อเขียนหรือใส่ได้ไม่จุใจเท่าสเปซ เอ...หรือเราใช้ไม่เป็นหว่า555
     
    ตอนนี้ก้อรู้สึกจะเห็นเพื่อนๆหลายๆคนเลิกเล่น Hi5 ไปซะแล้ว
     
    ส่วนใหญ่เพราะเรียนหนักไม่ค่อยจะมีเวลามานั่งดู
     
    พูดถึงเรื่องเรียน เฮ้อ ท้อใจ
     
    รุ้มาเหมือนกันนะว่าเรียนชั้นสูงๆแล้วมันจะยาก
     
    แต่ไม่คิดว่ามันจะโหดอย่างงี้ สำหรับคนที่เรียนอยู่มัธยมหรือที่อื่นนะ
     
    มันไม่เหมือนกับการขึ้นหัวข้อใหม่อย่างที่เคยเจอ อย่างสมมติ
     
    เรียนการเคลื่อนที่เส้นตรงแล้วมาเรียนการหมุนนะ
     
    มันจะประมาณว่า แขนใช้ทำอะไรได้ ขาใช้ทำอะไรได้ แต่ไม่สอนนะว่ามันเกี่ยวกันยังไง
     
    ในเทกซ์ก้อไม่มีซะด้วย เอาง่ายๆนะ
     
    วิชาSignal and System จะเรียนเรื่องเกี่ยวกับสัญญาณและระบบ
     
    ตอนแรกก้อบอกว่าสัญญาณมีอะไรมั่ง มีคุณสมบัติอะไรบ้าง
     
    แล้วก้อบอกว่าระบบทำอะไรกะสัญญาณ
     
    ต่อมาก้อบอกวิธีการอธิบายระบบอีกแบบ
     
    บอกสัญญาณแบบ Fourier serie
     
    แล้วก้อบอกว่ามี Fourier transform
     
    ซึ่งพออ่านแยกกันแล้วมันเข้าใจ แต่อย่ามารวมกันเชียวนะ
     
    ตอนนี้เราก้อรู้สี่อย่าง ต่อมาก้อสอนเรื่อง transform อีกสองแบบ
     
    ว่ามันเป็นยังไง
     
    แต่พอทำโจทย์ หรือสอบเนี่ย
     
    มันมีสัญญาณมาอันนึง เข้าระบบ แล้วหาเอาท์พุท
     
    งงคับ ที่เรียนมารุ้แต่ว่ามันมีอะไรมั่ง หน่าตายังไง แตไม่รุ้ว่าใช้อะไรได้จริง
     
    พออาจารย์มาสอนเสริมนั่นแหละถึงรู้ว่า
     
    มันมาเป็น สัญญาณธรรมดาใช่มะ มันจะทำต่อไม่ได้ ต้องแปลงเป็น Fourier หรือ Fourier Transform
     
    หรืออาจจะใช่ Laplace กะ Z มาใช้แทนก้อได้
     
    ก้อบอกแค่นี้ตั้งแต่แรกก้อจบละ
     
    เหนื่อย
     
    เขียนมาถึงตอนนี้เพิ่งรู้ตัวว่าบ่นไปเยอะ แถมใช้ศัพท์อะไรก้อไม่รุ้
     
    ก้ออยากจะบอกว่า น้องๆคนไหนที่ได้มาอ่าน แล้วพบว่า
     
    ตัวเองไม่มีความสามารถหรือ ไม่ชอบเลขคณิต แคลคูลัส(มันต่างกันนะ)
     
    ก้ออย่าริมาเรียนสายวิศวะเลย เหนื่อยปล่าวๆ
     
    แต่สำหรับเรานะ เราชอบเลขกะแคลอยู่แล้ว แล้วก้ออยากรุ้ด้วยว่าคอมมันทำงานกันได้ยังไง
     
    ก้อเลยพอจะไปได้เรื่อย (แถๆไป)
     
    สำหรับตอนนี้ใกล้จะสอบกันอีกแล้ว ขอให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่เข้ามาอ่าน
     
    เตรียมตัวตั้งใจอ่านหนังสือ เอ๊ะยังไง 555+
     
    จะได้ได้คะแนนดีดีไง
     
    เด๋วพรุ่งนี้ ถ้าว่างจะเข้ามาดูว่ามีใครสนใจเราอ๊ะเปล่า
     
    555 แอบโรคจิตนะเนี่ย
     
    ก้อไม่ได้เขียนนาน อยากได้กำลังใจมั่ง
     
    อย่าเพิ่งเบื่อซะก่อนล่ะ อ่านแล้วเม้นท์ให้ด้วยนะคับ
    October 21

    ข้อคิดเตือนใจ...เรื่องความรัก

    01. การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า
    คือการรักใครสักคน แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้
    และต้องมาเสียใจภายหลัง

    02. พระเจ้าอาจจะต้องการให้เราพบคนที่ไม่ใช่..ก่อนที่จะมาพบคนที่ใช่
    เพื่อเวลาเราพบคนคนนั้นแล้ว เราจะได้รู้สึกซาบซึ้งถึงพรที่ทาน
    ประทานมา

    03. ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่
    แม้จะแยกความ
    รู้สึก ความลุ่มหลง และความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว

    04. สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต
    คือการพบคนที่มีความหมายอย่างมากสำหรับ
    เรา แต่มาค้นพบภายหลังว่าเราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้น และจะ
    ต้องปล่อยให้ผ่านพ้นไป

    05. เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลง ประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิด
    ขึ้นแต่เราก็มัวแต่มองประตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนานจนกระทั่งเรามอง
    ไม่เห็นประตูที่เปิดไว้รอ

    06.
    เพื่อนที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูด
    อะไร กันสักคำ แต่สามารถเดินจากไปด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกัน
    อย่างประทับใจที่สุด

    07. เป็นความจริงที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่จนกว่าเราจะสูญ
    เสียมันไป แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้างจน
    กระทั่งสิ่งนั้นเข้ามาห าเรา

    08. การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคนไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะ
    รักเราตอบ อย่าหวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นใน
    หัวใจเขา แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น
    ก็ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเราเอง

    09. มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยิน
    แต่คุณจะไม่ได้ยินมันจากปากของคนที่
    . คุณอยากได้ยิน แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวกโดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจาก
    คนที่เขาบอกกับ คุณจากหัวใจ

    10. อย่าบอกลา ถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป
    อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไปไหว
    อย่าพูดว่าคุณไม่รักคนคนนั้นอีกแล้ว
    ถ้าคุณไม่สามารถทำใจ

    11. ความรักมักมาเยือนผู้ที่ยังคงหวัง ถึงแม้ว่าจะผิดหวัง
    และมาเยือนผู้ที่ยังคงเชื่อ ถึงแม้ว่าจะถูกทรยศหักหลัง
    และจะมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บปวดมาก่อน

    12. การที่เราจะประทับใจใครนั้นใช้เวลาแค่เพียงนาที
    การที่เราจะชอบใครใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง
    การที่เราจะรักใครใช้เวลาเพียงชั่ววัน
    แต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลาชั่วชีวิต

    13. อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้
    อย่ามองใครจากความร่ำรวย
    เพราะมันไม่จีรังยั่งยืน ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้
    เพราะเพียงยิ้มเดียว สามารถทำให้วันที่หม่นหมองกลับสดใส
    ขอให้คุณพบคนที่ทำให้คุณยิ้มได้

    14. มีช่วงเวลาในชีวิตที่คุณคิดถึงใครสักคนจนกระทั่งอยากดึงเขา
    มาจากความฝัน เพื่อกอดเอาไว้ขอให้คุณได้ฝันถึงคนพิเศษนั้น

    15. ฝัน ถึงสิ่งที่คุณต้องการฝัน ไป ในที่ที่คุณต้องการไป
    เป็นในสิ่งที่คุณต้องการเป็น เพราะคุณมีเพียงชีวิตเดียว
    และมีโอกาสเดียวที่จะทำทุกสิ่งที่คุณต้องการ

    16. ขอให้คุณมีความสุขมากพอที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวาน
    ผ่านการทดสอบมามากพอที่จะทำให้คุณเข้มแข็ง
    มีความเศร้าโศกพอที่จะทำให้คุณยังคงความเป็นมนุษย์
    และมีความหวังมากพอที่จะทำให้คุณเป็นสุข

    17. เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวด
    รู้ไว้เถอะว่าคนอื่นก็เจ็บปวดจากสิ่งเดียวกันเช่นกัน

    18. คำพูดที่ไม่ได้ยั้งคิดอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง
    คำพูดที่โหดร้ายอาจทำลายชีวิต
    คำพูดที่เหมาะกาละเทศะอาจลดความเครียด
    คำรักอาจเยียวยาและทำให้มีสุข

    19. จุดเริ่มของความรักคือการปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเอง
    อย่าดึงเขาจากภาพความเป็นเขา
    มิฉะนั้นจะหมายความว่ามันเป็นเพียงภาพสะท้อนของตัวเรา
    ที่ปรากฎในพวกเขา

    20. คนที่มีความสุขที่สุด ไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด
    เพียงแต่เขาสามารถทำสิ่งที่เขามีให้ดีที่สุดได้ต่างหาก

    21. ความสุขรออยู่เบื้องหน้าผู้ที่มีน้ำตา ผู้ที่เจ็บปวด
    ผู้ที่ค้นหา
    และผู้ที่ พยายามแล้ว

    เพราะมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้จักคุณค่า-ของผู้คนที่ได้สัมผัสชีวิต

    22. ความรักเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม งอกงามด้วยรอยจูบ
    และจบลงด้วยคราบน้ำตา

    23. อนาคตที่สดใสมีรากฐานอยู่บนอดีตที่แสนเจ็บปวด
    คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ดี
    ถ้าหากไม่รู้จักปล่อยวางความผิดพลาดในอดีต และความปวดใจ

    24. คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม
    จงมีชีวิตอยู่เพื่อเมื่อตอนคุณตาย คุณจะเป็นคนที่ยิ้ม
    ในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้คุณ

    25. ความรักก็เหมือนกับการเสี่ยง คุณอาจจะต้องพบกับความล้มเหลว
    แต่ถ้าคุณไม่เสี่ยง คุณก็อาจจะต้องพบกับความล้มเหลวตลอดไป

    26. ความรัก มักเหมือนแก้วบาง ถ้าหากคุณมือหนัก แก้วที่คุณถือ
    ก็อาจจะต้องแตกร้าวทุกครั้งที่คุณใช้มัน

    27. ความรัก ง่ายที่เราจะหามัน
    แต่ยากที่จะรักษาเอาไว้ให้คงอยู่ตลอดไป

    28. ความรัก เป็นเรื่องง่ายๆ ที่จะรักษามันไว้กับใจ หากคนทั้งคู่
    ไม่ โง่...
     
    ที่มา : เฮียตั้ม
    Thaireaderclub 
    April 05

    COMCAMP#20 in my memory

    เฮ้อออ....ในที่สุดก้อจบค่ายที่แสนยาวนานนี้ได้เสียที
     
    หลังจากการทำงานอันยาวนาน
     
    ใน COMCAMP#20 in my memory นี้ จะเล่าเรื่องต่างๆในค่าย
     
    ที่เราพอจะนึกออกละกัน
     
    วันที่ 28 มีนา เวลาเกือบหกโมงเช้า
     
    ความจริงต้องเช้ากว่านี้ เนื่องจากนอนดึกมาหลายคืน
     
    เลยลุกไม่ค่อยขึ้น
     
    มาถึงม. โห มีน้องมาแล้วด้วย
     
    วิ่งเลยครับพี่น้อง หลังจากวิ่งไปวิ่งมาอีกหลายรอบ
     
    เราก้อเตรียมงานกันพร้อม ก้อเริ่มยกโขยงไปที่โรงอาหาร น้องๆเริ่มมากันเยอะแล้วล่ะ
     
    พี่พี่เริ่มให้น้องที่มาก่อนลงทะเบียน
     
    แล้วน้องก้อนั่งรออยู่ที่โรงอาหาร
     
    มีผู้ปกครองบางท่านมาด้วย
     
    เกร็งนิดๆ พี่ๆบางคนเริ่มขึ้นไปพูด ชวนน้องคุย เล่นเกม
     
    อะไรต่างๆมากมาย
     
    บอกตามตรง ตอนนั้นอะไรๆก้อวุ่นไปหมดเลย
     
    อาหารยังไม่พร้อม น้องๆร้อนมาก
     
    เราแบบว่า สงสารน้องอ่า เรายังร้อนเลย
     
    คิดในใจ ผู้ปกครองเค้าจะขอพาลูกเค้ากลับมั้ยน้อ
     
    หลังจากนั้น ก้อต้องไปเตรียมงานที่หอสมุดอีก
     
    ตอนนั้นยอมรับว่าลืมมากมาย
     
    เป็นหน้าที่เราแท้ๆเลยนะเนี่ย แต่ไม่ได้ไปบอกเค้าไว้ก่อน
     
    ไปถึงปุ๊บ พี่เค้าบอกว่า น้องคับ ห้ามเคลื่อนย้ายโต๊ะนะคับน้อง
     
    เราก้อบอกเค้าไปว่า งั้นเดี๋ยวผมจัดคืนให้ตอนเส็ดงานละกันคับ
     
    พี่ก้อบอกว่าจัดโต๊ะมันก้อต้องเคลื่อนย้ายนะคับ
     
    แบบเซ็ง...
     
    เจอแต่เช้าเลยเน้อเรา
     
    หลังจากเกลี้ยกล่อมกันไปพักใหญ่
     
    ก้อต้องวิ่งกลับมาโรงอาหารบอกพวกมันว่า หอประชุมจัดโต๊ะได้แล้ว
     
    ไอ้เราก้อกลับมาที่โรงอาหาร นึกว่าจะดูแลน้องต่อได้
     
    ไอ้เพื่อนเราที่มันไปจัดโต๊ะก้อบอกว่า
     
    พี่เค้าห้ามเคลื่อนย้ายโต๊ะ
     
    เซ็งจิตรอบสองเลยเรา
     
    ก้อวิ่งอีกรอบครับ
     
    กลับไปถึงเค้าก้อกะลังจัดโต๊ะกันอยู่ แบบงง
     
    แล้วเราก้อมาทำหน้าที่จราจร อยู่แถวๆหอสมุดนั่นแหละ
     
    เด๋ววิ่งไกลอีก
     
    พอน้องๆเริ่มมา เอาล่ะ พอน้องเข้าหอประชุมได้ละ
     
    เราก้อยืนอยู่รอบๆน้อง แบบเมื่อยมาก ขาแข็ง
     
    ทันใดนั้น งานก้อเข้า คนที่ดูหอหญิงบอกว่า ที่หอ ไม่มีพัดลมเลย
     
    ซวยแล้วไง
     
    วิ่งอีกรอบ ไปแบกพัดลม ตอนแรกแบกกันอยู่สองคน กะอ๊อกซ์ ตอนหลังมีพวกจอร์จ ใหม่ กะอีกหลายคนอยู่
     
    เล่นเอาหมดน้ำข้าวต้มไปเลย
     
    หลังจากนั้นก้อกลับมาที่หอสมุด
     
    มารอพิธีต่อ แบบนานมากกกกกก...
     
    น้องแทบหลับกันเลยทีเดียว
     
    เราก้อเฉลยเซค แล้วก้อเนื้อเรื่องกล้วย
     
    แบ่งเซคน้องเป็น กล้วยดิ๊บ กล้วยเจ๋ง กล้วยแขก กล้วยเตี๋ยว แล้วก้อกล้วยเด้ง
     
    เห็นน้องๆขำตอนดูเนื้อเรื่องแล้วสบายใจ
     
    หลังจากนั้นก้อพาน้องไปไหว้พระจอมฯ แล้วก้อไหว้พระอริยพรหม แดดร้อนมากมาย
     
    น้องเหงื่อแตกเปนถังๆเลย
     
    พอไหว้เส็ดก้อไปไหว้ศาลตายายที่หอพักน้องๆต่อ
     
    พอน้องขึ้นหอเส็ด... ไว้มาเขียนต่อน้า
     
    -----------------------------------------------
     
    หลังจากที่น้องๆขึ้นหอกันแล้ว
     
    พวกพี่ก้อตาลีตาเหลือก...555+
     
    วิ่งกลับมาที่ห้องภาค
     
    แล้วก้อแก้ผ้า เอ้ย เปลี่ยนกางเกงเป็นกางเกงเล
     
    ถ้าจำไม่ผิดนะ เป็นเสื้อดำ กางเกงเลฟ้า
     
    แล้วเราก้อไปรับน้อง จากใต้หอหญิง ด้วยความเต็มใจ
     
    แยกเป็นกล้วยๆ โดยมีพี่พี่กล้วยนำทางไปยังสถานที่ของแต่ละกล้วย
     
    กล้วยเรา กล้วยแขก ไปยังดาดฟ้าตึก CB4
     
    เรียกว่าสูงที่สุดใน5กล้วย
     
    แล้วพี่กล้วยก้อเริ่มสอนเพลงให้น้องๆ ทั้ง เพลงกล้วย เกมต่างๆ
     
    จำนวนหนึ่งเพลง และหนึ่งเกม
     
    แล้วก้อให้น้องคิดคำขานของกล้วยตัวเองขึ้นมา
     
    และคำขานนี้ เราจะใช้ไปตลอด แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ไม่ใช่สำหรับบางกล้วย
     
    555+
     
    หลังจากนั้นก้อพาน้องๆ มาที่โรงอาหารชั้นลอยเพื่อให้น้องๆกินข้าว
     
    เห็นกับข้าวแล้ว พี่พี่ ก้ออยากกินอยุ่ แต่ทำไม่ได้ เราเลย
     
    เต้นคอมโบ้กดดันน้องๆ เล่นซะน้องกินกันไม่ลงเลยทีเดียว
     
    แอบสะใจเล็กน้อย
     
    จำได้ว่าวันแรกกลองห้าตัว ดังมากมาย
     
    หลังจากนั้นจะเป็นวงสันทนาการ
     
    พวกเราก้อไปรออยู่ที่อีกด้าน ถัดไปหน่อยนึง รอน้องๆเดินทางมา
     
    เราก้อเริ่มตีเพลง รอฉันรอเธออยู่
     
    เอ๊ะ หรือเพลงวงกลมหว่า
     
    สับสนแฮะ
     
    รู้แต่ว่าตีกันนานอยู่เพราะกว่าน้องจะมาครบ
     
    ดีนะ วันแรกแรงยังมีอยุ่
     
    แล้วไอ้พี่เจอร์ กะไอ้พี่หนอน ก้อออกมาเริ่มวงสัน
     
    มีการสอนเพลงน้องๆ ประมาณ3-4เพลง แล้วก้อมีเกมอีก1-2เกม
     
    หลังจากนั้นก้อจะเป็นการคอมโบ้กันหนึ่งรอบ
     
    และเป็นเช่นนี้อีกทุกๆคืน จนถึงคืนที่สี่
     
    หลังจากคอมโบ้เส็ดแล้ว
     
    เราก้อให้น้องสวดมนต์ก่อนนอน
     
    แต่กระผมนั้น ต้องไปเป็นจราจรต่อ (รับหลายจ๊อบ)
     
    แต่เอ..จำมะได้ว่าวันแรกเราไปยืนตรงไหนหว่า
     
    อ้ เป็นคนเดินตามน้อง เพราะมีวอ. เลยเดินตามน้อง
     
    จะได้กันรถแล้วก้อบอกเหตุการณ์
     
    หลังจากส่งน้องขึ้นหอ
     
    พี่พี่ก้อล้มกันระเนระนาด
     
    หาที่นั่งกันแทบไม่ทัน
     
    ส่วนข้าน้อยชิ่งกลับไปนอนตายที่บ้านดีกว่า
     
    อิอิ
     
    March 06

    รักใครได้ขนาดนี้ป่าวน้า

    A girl and guy were speeding over 100 kmph on the road on a motorcycle...

    ชายหญิงคู่ หนึ่งเร่งมอ`ไซค์กว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

     

    Girl: Slow down. Im scared.

            ช้าๆหน่อยสิ เค้ากลัวนะ

     

    Guy: No this is fun.

            ไม่เอาอ่ะ สนุกมากเลย

     

    Girl: No its not. Please, its too scary!

            ไม่ตลกนะ ขอร้องล่ะ เค้ากลัวมาก จริงๆ

     

    Guy: Then tell me you love me.

            งั้นบอกผมก่อนสิ ว่ารักผม

     

    Girl: Fine, I love you. Slow down!

            ก็ได้ เค้ารักตัว ลดความเร็วลงสิ

     

    Guy: Now give me a BIG hug.

            แล้วก็กอดผมแน่นๆ

     

    Girl hugs him

            และเธอก็กอดเขา

     

    Guy: Can you take my helmet off & put it on yourself? Its bugging me.

            เอาหมวกกันน็อคผมไปใส่สิ ผมรำคาญน่ะ

     

    In the paper the next day :( A motorcycle had crashed into a building because of brake failure.

           วันต่อมา หนังสือพิมพ์ลงข่าว มอไซค์ชนตึก เนื่องจากเบรค แตก

     

    Two people were on it, but only one had survived.

           มีคน นั่งมอไซค์ 2 คน แต่ว่า รอดคนเดียว

     

    The truth was that halfway down the road, the guy realized that his brakes broke, but he didn't want to let the girl know.

           ความจริงคือ ทางสายนั้นเป็นครึ่งสายลาดลง ผู้ชายรู้ว่าเบรคเขา แตก แต่ก็ไม่อยากใฟ้แฟนสาวรู้

     

    Instead, he had her say she loved him & felt her hug him one last time, then had her wear his helmet so that she would live even though it meant that he would die.

           แทน ที่จะบอกเธอ เขาให้เธอบอกรักและรู้สึกถึงอ้อมกอดเธอเป็นครั้งสุดท้าย แล้วให้ เธอ ใส่หมวกกันน็อคเพื่อเธอจะได้มีชีวิตอยู่ต่อไป ถึงแม้เขาจะตายไปก็ ตาม

    February 27

    อยากระบาย

    โห วันนี้ขึ้นหัวข้อโหดมั่กๆ
     
    ก้อไม่มีอะไรหรอก แล้วก้อไม่ได้เกี่ยวกะใครด้วย
     
    แค่ตอนนี้อะไรอะไรมันก้อมากเหลือเกิน
     
    ทำอะไรมันก้อไม่ได้ดั่งใจ
     
    รู้สึกเหนื่อยจังเลยเนอะ
     
    ช่วงหลายๆวันมานี้มีอะไรเกิดขึ้นกะชีวิตมากมาย
     
    เรื่องดีดีก้อมีนะแต่มันน้อย รู้ว่าตัวเองเริ่มขี้โมโหอีกแล้วเนี่ย
     
    หลังจากไม่ได้เป็นมานาน
     
    แถมยังใกล้สอบอีก
     
    โอยๆๆๆ บ่นอีกแล้วเนาะ 555+
     
    ช่วงนี้ได้หัวเราะแทบนับครั้งได้เลย
     
    แต่ตอนนี้ความเครียดเรื่องสอบมันไม่มีอีกแล้ว
     
    เครียดกะเรื่องอื่นมากกว่า
     
    แต่ยังไงซะ งานก้อเส็ดแล้ว(บางงาน)
     
    แต่เอ้อ มันมีอีกเรื่องนึง คนหลายคนนะ
     
    เราหวังดีกะเค้าแต่เค้าไม่ห่วงตัวเองมั่งเลย
     
    เราก้อไม่รู้จะทำไงดี
     
    ตอนนี้เลยอยากจะมาห่วงตัวเราเองมั่งแล้ว
     
    ทำสิ่งที่ตัวเองต้องการดีกว่าเนอะ
     
    พิมมาเยอะแล้วแต่ยังไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่เลย
     
    แปลกแฮะ สงสัยต้องกลับไปใช้วิธีเดิม
     
    ที่พิมนี่ไม่ได้เรียกร้องความสนใจแต่อย่างใดนะ
     
    ก้อมันอยากระบายนิ แล้วก้ออย่ากลัวเราจะทำอะไรไม่ดีล่ะ
     
    เราคิดก่อนทำนะ แล้วเราก้อเห็นคุณค่าของชีวิตด้วย
     
    หลังๆมานี้ เจออะไรๆที่ทำให้ปลงไปได้หลายเรื่องเหมือนกัน
     
    ตั้งแต่วันพุธที่แล้ว ไปใส่บาตรคนเดียว
     
    เหงาเหมือนกัน แต่สบายใจแล้วก้อรู้สึกว่าได้ทำสิ่งที่ควรทำ
     
    นั่นแหละหนึ่งในเรื่องดีดีไม่กี่เรื่องที่เกิดขึ้น
     
    ทุกวันนี้เราก้อแอบมองคนอื่นอยู่เหมือนกันนะ
     
    ถูกใจก้อมี ไม่ถูกใจก้อมี
     
    เอ้อ แล้วถ้าแอร์อ่านบทความนี้ อยากจะบอกว่า
     
    ไม่ใช่ความผิดของใครทั้งนั้น คงเป็นเพราะเวลายังไม่ให้โอกาส
     
    อีกอย่างเราชอบให้เรียกพี่บอลมากกว่า55+
     
    แม่บอกว่าฟังไม่รู้เรื่องเลยตอนโทรมา
     
    ...ขอคิดแป้บนึง ยังมีอะไรอีกนะ
     
    วันก่อนไปสยามเดินคนเดียวตอนเย็นๆ
     
    รู้สึกแปลกๆ มีอิสระนะ แต่มันว้าเหว่ยังไงไม่รู้
     
    เจอรุ่นน้องที่รู้จักกัน ไปเดินด้วยกัน ก้อดีอ่ะ รู้สึกเหมือนกลับไปวันเวลาเก่าๆ
     
    จะว่าไปเราก้อเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกันนะ ตั้งแต่เข้ามหาลัย
     
    หลังจากนี้เราจะขอใช้สโลแกน
     
    "กินให้อิ่ม นอนให้หลับ ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แต่ก้อจะให้รางวัลกับชีวิตบ้าง สงสารตัวเองเหมือนกัน"
     
    เอาล่ะบ่นมามากละ ตอนนี้เราไม่ได้ต้องการคำปลอบ หรือ ตักเตือนอะไรอีก
     
    เขียนไปอ่านไปอีกรอบ สบายใจขึ้นเยอะแล้ว
     
    พรุ่งนี้เราจะเป็นคนใหม่ 555 สู้ต่อไป ไอ้หน้าลิง
    January 13

    จง

    อ่านหัวข้อแล้วอย่าเพิ่งงง
     
    เพราะคราวนี้ไปเจอมาอีกละ 555
     
    Be strong enough to face the word each day.
    จง...เข้มแข็งพอที่จะเผชิญหน้ากับความจริง

    Be weak enough to know you cannot do everything alone.
    จง...อ่อนแอพอที่จะรับรู้ว่าลำพังเรานั้นทำอะไรไม่ได้ทุกอย่าง

    Be generous to those who need your help.
    จง...ฟุ่มเฟือยน้ำใจ เมื่อมีใครต้องการความช่วยเหลือ

    Be frugal with what you need yourself.
    จง..ประหยัดสิ่งที่จำเป็นไว้

    Be wise enough to know that you do not know everything.
    จง...ฉลาดพอที่จะรู้ว่าเราไม่ได้รู้ทุกสิ่ง

    Be foolish enough to believe in miracles.
    จง...โง่พอที่จะเชื่อในปาฏิหาริย์

    Be willing to share your joys.
    จง...เต็มใจจะแบ่งปันความสุขของตัวเอง

    Be willing to share the sorrows of others.
    จง...เต็มใจที่จะแบ่งรับความทุกข์ของผู้อื่น

    Be a leader when you see a path of others have missed.
    จง...เป็นผู้นำ หากทางที่ผู้อื่นทิ้งไว้ให้นั้นเลือนลาง

    Be a follower when you are shrouded in the midst of uncertainly.
    จง...เป็นผู้ตาม หากตกอยู่ในวงล้อมแห่งความไม่แน่นอน

    Be the first to congratulate an opponent who succeeds.
    จง...เป็นคนแรกที่แสดงความยินดีต่อความสำเร็จของคู่แข่ง

    Be the last to criticize a colleaque who fails.
    จง...เป็นคนสุดท้ายที่จะวิจารณ์ความผิดพลาดของเพื่อน

    Be sure where you next step will fall, so that you will not stumble.
    จง...มองเพียงแค่ก้าวถัดไปเพราะมันจะทำให้เราไม่ล้ม

    Be sure of your final destination,in case you are going to the wring way.
    จง...มองไปยังจุดหมายปลายทางให้แน่ใจ ว่าไม่ได้กำลังเดินผิดทาง

    Be loving to those who love you.
    จง...รักคนที่คุณรัก

    Be loving to those who do not love you, and they may change.
    จง...รักคนที่ไม่รักคุณ..แล้วสักวันหนึ่ง....เค๊าอาจจะเปลี่ยนใจ

    Above all, be yourself.
    แต่เหนือสิ่งอื่นใด...จงเป็นตัวของตัวเอง
    คมมั้ยล่ะ...
    January 05

    วิธีการมองโลกในแง่ดี

    และแล้วเวลาที่เราจะได้มาอยู่ด้วยกันก้อกลับมาอีกครั้งนึง
     
    วันนี้เราไปเจอข้อความอยู่อันนึง
     
    น่าสนใจ แต่มันจะยาวหน่อยนะ
     
    อยากจะให้แข็งใจอ่านซักนิดนึง บางข้อยิ้ม บางข้อสะดุ้ง เอ๊ะนี่มันกุนี่หว่า
     
    ลองอ่านดู แล้วจะรู้ว่า โลกเราสวยกว่าที่คิด
     
    แต่จะว่าไปบางคนก้ออาจจะเคยอ่านไปแล้วก้ออย่าว่ากันนะจ๊ะ
     
    ************************
     
    @ เพื่อนนินทา เพื่อนนินทาเรา แสดงว่าเราต้องมีดีอะไรสักอย่าง จนเพื่อนมันอิจฉาอย่างนี้เราน่าจะภูมิใจตัวเองแทนที่จะไปโกรธเพื่อนคนนั้น พูดง่ายๆ เขาไม่มีจุดเด่นเหมือนเราเขาจึงนินทาว่างั้นเหอะ

    @ ส่งยิ้มให้เธอแล้ว ไม่แยแส
    ยังดี..นะเนี่ย ที่เธอไม่ด่ากลับมา นี่แสดงว่าเธอยังมีน้ำใจดีอยู่บ้างโอ.. ซาบซึ้งเหลือเกิน ถึงเราจะแห้ว..แต่เราก็ยังประทับใจในความดีของหล่อน

    @ โดนแม่ด่าแต่เช้าตรู่
    แม่ด่าเรา แสดงว่าแม่ยังรักและห่วงใยเราอยู่ โห..ซาบซึ้งมากเลย อีกอย่างหนึ่งในคำด่าของแม่ต้องมีอะไรดีๆ ซ่อนไว้แน่ ๆ ไม่อย่างนั้นแม่ไม่ด่าซ้ำ ๆ เรื่องเดิม ๆ อย่างนี้หรอก

    @ ครูสอนไม่รู้เรื่องเลย
    ท้าทายมาก ..ท้าทายมาก นี่หมายความว่าคุณครูกำลังท้าทายเรา ว่าถ้าข้าสอนห่วยๆ แบบนี้ เอ็งจะรู้เรื่องหรือเปล่า อย่างนี้ยอมไม่ได้..เราต้องขวนขวายเอาเอง เพื่อพิสูจน์กึ๋นให้คุณครูรู้ว่าเรานี้ก็ไม่เบาเหมือนกาน..น

    @ เพื่อนหักหลัง
    ไม่เป็นไร..ขอกันกินมากกว่านี้ แต่น่าสงสารนายนะ เพราะนิสัยของนาย คงจะทำให้นายต้องเสียเพื่อนไปหมดทุกคนในไม่ช้า เพราะคงไม่มีใครหรอกที่จะไว้ใจคนที่หักหลังเพื่อน.

    @ เพื่อนล้อว่าเสี่ยว
    โห..! ตัวเรานี่มีอะไรดีๆ เยอะแยะ แต่พวกนายกลับมองไม่เห็นคุณค่าสงสัยว่าการมองโลกของพวกนายคงจะมีปัญหาแล้วล่ะ เสียใจด้วยนะ.ที่นายคงหมดโอกาสจะได้คบกับคนดี ๆ อย่างเรา

    @ เช็คเมล์เจอแต่จดหมายขยะชวนดูรูปโป๊
    ทดสอบ ๆ ทดสอบพลังจิต ถ้าเราลบเมล์พวกนี้ทิ้ง แสดงว่าจิตใจของเราเข้มแข็ง ถ้าเปิดดู ก็อ่อนแอ (เผลอ ๆ โดนหลอกให้เปิดไวรัสอีกต่างหาก อิอิ)

    @ วันหยุดการบ้านเพียบ
    สบายมาก..คุณครูกำลังท้าทายความสามารถของเรา(อีกแล้ว) เรารู้ทันหรอกน่า การบ้านเยอะอย่างนี้เราก็ว่าดีนะ เพราะได้ฝึก ตัวเองให้เป็นคนสู้งานหนัก ถ้าเราสู้ไม่ถอยในวันนี้ อนาคตไปโลด

    @ อกหักอีกแล้ว
    ไม่เป็นไร ได้เรียนรู้ชีวิต นี่ป็นการพิสูจน์สัจจธรรมอีกครั้งว่า รักแท้คือแม่เรา ว่าแต่ตัวเราเอง คอยปรับปรุงตัวเองให้ดีๆ เหอะ ชีวิตดีขึ้นเดี๋ยวก็มีคนมาชอบเราเองแหละ

    @ รถติดหงุดหงิดๆ
    นั่งสมาธิมันเสียเลย จิตใจสว่างไสว เรียนหนังสือจะได้จำแม่น ง่ายจะตาย หลับตาหายใจเข้าออกลึก ๆ นับ 1 2 3 4 5 ดูลมหายใจเข้าออกเพลิน ๆ ไม่ต้องไปรอคอยอะไร

    @ โห..ใช้เงินเพลินหมดเรียบเลย
    " เงินหมด ก็อดอย่างเสือ" ดีสิ..จะได้ฝึกนิสัยอดทนสักระยะ ยังมีคนอื่นที่ทุกข์มากกว่าเราเยอะแยะ ทุกข์ของเรามันแค่เรื่องขี้ผง

    @ เพื่อนมีมือถือ แต่เราไม่มี
    โชคดีแล้วล่ะที่ไม่มี มือถือเนี่ยตัวดูดเงินเลย วัยรุ่นบางคน เมาท์จนล้มละลาย อย่าเห่อไปตามกระแสหน่อยเลย ชีวิตนี้ไม่ได้ดีขึ้นเพราะมือถือหรอกนะ

    @ เราหน้าตี๋ กลม ๆ เหมือนดวงจันทร์ ..อายจัง
    โด่..หล่อจะตาย สมัยก่อนนู้น เขาคลั่งไคล้มาก ขนาดที่เมืองจีน เวลาปั้นพระพุทธรูป เขายังปั้นให้หน้าอูม ๆ เลย จริงอยู่สมัยนี้เขานิยมคนหน้าตาแบบลูกครึ่งฝรั่ง แต่อีกหน่อยก็เลิกฮิต เชื่อเหอะ ไม่แน่นะ ในอนาคตแฟชั่นหน้าตี๋อาจจะกลับมานิยมอีกก็ด้าย...อ้อ ! อีกอย่างสมัยนี้ สาว ๆ ที่ฉลาด เขาชอบคนดีมากกว่าคนหล่อ นะจะบอกให้

    @ ชอบเขา แต่เขาไม่ชอบเราง่ะ
    ธรรมดาเลย.. ปิ๊งใครง่าย ๆ มันก็ต้องกิน"แห้ว"ประจำ ที่จริงชีวิตของเรานั้นมีคุณค่ามากนะ จะปล่อยให้เรื่องเล็กๆ แค่นี้มาทำให้ชีวิตของเราไร้ค่าได้อย่างไร ทำตัวเองให้มีค่า ดีกว่า เดี๋ยวก็มีคนดี ๆ มาชอบเราเองหรอกน้า..า

    @ เฮ้อ ! แฟนดูรูปโป๊ประจำ
    ดูเข้าไปเลย..เห็นพระท่านว่าพวกผู้ชายที่ชอบดูรูปโป๊มาก ๆ ชาติหน้าพวกนี้จะไปเกิดเป็นผู้หญิงกันหมด เพราะจิตใจฝักใฝ่แต่รูปร่างผู้หญิง ดีสม..! ชอบเอา เปรียบกันนักไปเกิดเป็นผู้หญิงเองเสียบ้าง จะได้รู้สึก (เขาเรียกว่าไป "ที่ชอบๆ" ฮิ ฮิ)

    @ ผิดหวังผลสอบดูหนังสือแทบตายได้แค่ เกรด B
    เรียนแล้วได้วิชาความรู้ มันก็เหมือนทำงานแล้วได้เงินเดือน การได้เกรด A ก็คล้ายๆ กับว่าเราได้โบนัส ทีนี้ถึงเราจะไม่ได้โบนัส มันก็ไม่น่าจะเสียใจอะไร ก้อเราได้เงินเดือนแล้วนี่นา

    @ เข้าคิวซื้อตั๋วหนังอยู่ดีๆเพื่อนเล่นแซงคิวหน้าตาเฉย
    โถ.. ! น่าสงสาร ยอมเสียนิสัย เพื่อแลกกับตั๋วหนังเพียงใบเดียว

    @ ข้างห้องเปิดเพลงเสียงดังหนวกหูทั้งวัน
    เสียงภายนอกดังสนั่น แต่เสียงภายในเงียบสนิท ถึงเสียงวิทยุจะดังปานใด แต่ใจฉันก็ไม่เคยหงุดหงิด ฉันยังคงทำงานของฉันไปอย่างมีความสุข

    @ คนชอบมาแซวเราว่า"น้องดำ ดอทคอม"
    ผิวอย่างฉันเขาเรียกว่า "คมขำ" ย่ะ หนุ่มๆ ฝรั่งหลงใหลจะตายไป พวกนายคงโดนโฆษณาหลอกแล้วล่ะ"ฉันคือตัวฉัน" ไม่ต้องให้ใครมาจูงจมูกหรอกนะ

    @ เฮ้อ..! ไม่รู้จะทำอะไรดีเซ็ง..ง ระเบิด !
    แอ็คทีฟเข้าไว้เพื่อน อย่าให้ความเซ็งเข้าครอบงำ ทำทุกอย่างด้วยความกระฉับกระเฉง หนึ่ง สอง..ๆๆๆ หาอะไรทำให้มันสนุก หนึ่ง สอง... ๆๆ

    @ รู้สึกว่าตัวเองโง่โดนคนอื่นหลอกอยู่เรื่อย
    นึกว่าตัวเองโง่ ยังดีกว่านึกว่าตัวเองฉลาด พระท่านว่าคนฉลาดคือคนที่รู้ตัวเองว่าโง่นะ (แต่อย่าเผลอไปโดนเขาหลอกอีกล่ะ อิ อิ)

    @ เพื่อนเห็นแก่ตัวกินไหนกินด้วยแต่ไม่เคยช่วยสักบาท
    เฮ้อ..นึกว่าช่วยชีวิตเพื่อนให้รอดไปได้สักมื้อก็แล้วกัน ได้บุญดีนะ (แหะๆ....แต่นาน ๆ เจอกันสักที ก็แล้วกัน)

    @ กลุ้มใจจังไม่มีใครมาจีบ
    "กลุ้มใจ" ไม่มีคนมาจีบ มันยังดีกว่า "ช้ำใจ" ที่โดนคนมาหลอก ถ้าอยากจะพบรักแท้ มันก็ต้องอดทนไว้ก่อนนะเธอ

    @ หน้าเป็นสิวไปไหนมาไหนอายเพื่อน
    วัยรุ่นมีสิวน่ารักจะตายไป เออถ้าคนแก่มีสิวสิ ค่อยน่าอายหน่อย พวกบริษัทขายยาแก้สิวทั้งหลายนี่แหละตัวดี ชอบโฆษณาทำร้ายจิตใจวัยรุ่นดีนัก ระวังตัวใว้ดีๆเหอะ ชาติหน้ากรรมสนอง ไปเกิดเป็น "ท้าวแสนปม" ไม่รู้ด้วย อิอิ

    @ ทำตังค์ตกหาย 500 แง..!
    ไม่เป็นไร..คิดเสียว่าเสียค่าหน่วยกิต วิชา "ละเอียดรอบคอบระมัดระวัง" ก็แล้วกัน นี่ถ้าชีวิตเรามีความรอบคอบมากขึ้น เพราะเงิน หายในคราวนี้ ก็นับว่าคุ้มค่ามากเลยทีเดียว

    @ พ่อแม่ชอบเห็นเราเป็นเด็กตลอดชาติ
    ถึงใครจะมองเราว่าเป็นเด็ก แต่เราก็จะเคารพตัวเองว่าเรานั้นเป็นผู้ใหญ่แล้ว ผู้ใหญ่คือคนที่ไม่ทำอะไรตามใจตนเอง แต่จะทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความรอบคอบ ใคร่ครวญด้วยสติปัญญา (เอ...ชักยากแฮะ หรือว่าจะยอมเป็นเด็กเหมือนเดิมดีกว่าม้าง...ง )

    @ อิจฉาเพื่อนแฟนมันสวยอะ
    มีแฟนสวยก็ยินดีด้วย แต่เราว่ามีแฟนนิสัยดีดูแลเอาใจใส่ดี แบบนี้สุดยอดกว่านะ

    @ รักเธอแต่ว่าไม่กล้าเอ่ยปาก
    อย่างนี้ต้องซ้อมบอกรักกับคนอื่นให้เกิดความเคยชินเสียก่อน พ่อคับ ผมรักคุณพ่อมากคับ .. แม่คับ ผมรักคุณแม่มากคับ .. ไอ้ตูบ ข้ารักเอ็งมากนะ .. เฮ้ย..เจ้าศักดิ์ เรารักนายจริงๆ ว่ะ .. ฯลฯ อิอิ.. ทีนี้พอพูดคล่องแล้วจึงค่อยไปบอกรักกะเธอ

    @ ช่วยเพื่อนแทบตายแต่เพื่อนยังคิดร้ายกะเราอีก
    เฮ้อ..คิดว่าช่วยเสือตกน้ำให้รอดตายสักตัวก็แล้วกัน เสือเนี่ยนะ ถึงเราช่วยมัน แต่ถ้าเราเข้าใกล้มัน มันก็กัดเราอยู่ดี คงต้องปล่อยเข้าป่าไป เจ้าเพื่อนคนนี้ก็เหมือนกัน ฉันช่วยแกแค่เอาบุญ แต่คราวหน้าคงไม่ช่วยแล้วล่ะ ปรับปรุงตัวเองให้นิสัยดีกว่านี้ก่อน แล้วค่อยมาว่ากันใหม่

    @ พอแฟนเจอคนที่รวยกว่าเธอบอกเลิกกับผมทันที
    อย่างนี้เรียกว่า..โชคดีที่เลิกกัน จริงๆ นะ ..คนที่เห็นเงินทองสำคัญกว่าความรักอย่างเงี้ยะ ขืนได้แต่งงานด้วย รับรองว่าเจอปัญหาตลอดชีวิตแน่เราโชคดีแล้วล่ะ ที่แคล้วคลาดออกมาได้

    @ เหงามากขอบอก
    มองรอบๆ ดู .. อะไรต่ออะไรล้วนแต่เป็นเพื่อนคอยช่วยเหลือเราทั้งน้าน.น โต๊ะก็เพื่อนเรา เก้าอื้ก็เพื่อนเรา หน้าต่างก็เพื่อนเรา หนังสือก็เพื่อนเรา แก้วน้ำก็เพื่อนเรา ฯลฯ...(สามชั่วโมงผ่านไป) .....ฯลฯ หมาก็เพื่อนเรา ต้นหญ้าก็เพื่อนเรา ท่อระบายน้ำก็เพื่อนเรา ตู้ไปรษณีย์ก็เพื่อนเรา... ฯลฯ .... (ต่อไปอีกห้าชั่วโมง)..... ฯลฯ

    @ เพื่อนกวนยียวนมากอยากชกสักที
    โด่..คนกวนๆ แบบนี้ไปที่ไหนก็มีคนอยากชกกันทั้งนั้น เราจะต้องไปชกเองทำไมให้เจ็บมือ เดี๋ยวก็มีคนอื่นชกให้เองแหละ แต่ดูๆแล้วก็น่าสงสารนะ...โถ..! เกิดมาชาตินี้มีแต่คนอยากชก

    @ อยากตัดใจจากคนรักค่ะทรมานใจมากอยากทำใจให้ไวสุดๆ
    ทุกครั้งที่นึกถึงเขาให้ทำอย่างนี้ดิ " หายใจเข้าลึกๆ นึกถึงเขา(คนนั้น) หายใจออกยาว ๆ สลายภาพของเขาใหัหายไป " แล้วก็พูดในใจว่า "โอ้..! ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ไม่ใช่ของเรา มันเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย " (จับฝึกกรรมฐานเสียเลย อิอิ )

    @ พ่อบังคับผมจะให้สอบเอ็นฯติดให้ได้..เครียดมาก
    โอเคครับ...ผมจะพยายามเพื่อพ่อ แต่ผมขอเวลาทำอะไรเพื่อตัวผมเองบ้างนะครับ อ้อ..! ถ้าเอ็นฯไม่ติด ก้อไม่ว่ากันนะครับ เพราะสุดฝีมือแล้ว แต่พ่อไม่ต้องห่วงอนาคตของผมหรอกครับ เพราะถึงผมจะเอ็นฯไม่ติด ผมได้เตรียมหนทางของผมไว้แล้ว รับรองไปได้สวยอย่างแน่นอนครับ

    @ นอนไม่หลับกระสับกระส่าย
    ฮ้าว..ว (หาว) แล้วส่งกระแสจิตไปยังสัตว์โลกแบบนี้ดิ หนึ่ง.. ฉันรักแมว สอง..ฉันรักหมา สาม..ฉันรักยีราฟ สี่...ฉันรักหนอน ห้า...ฉันรักสิงโต หก...ฉันรักนก เจ็ด.. ฉันรักเม่น.... ฯลฯ ( ส่งความรักไปถึงสัตว์โลกอย่างนี้เรื่อยๆ สักร้อยตัว รับรองประเดี๋ยวก็..คร้อกก..ก)

    @ เพื่อนรักต่อหน้าทำดีกับเราแต่ลับหลังเผาเราเซียะไม่มีดี
    ไม่เป็นไร..เราให้อภัย เพราะนายเคยทำดีกะเราไว้เยอะ เอาเป็นว่าถ้านายเลิกนิสัยนี้ได้เมื่อไหร่ เราทั้งสองคน ค่อยมาคบกันใหม่นะ ...สวัสดี ( โห..! เลิกคบเลย )

    @ ท้อใจอยากโดดตึก
    ขืนโดดก็โง่ดิ .. โด่....ชีวิตนี้มันก็แค่แบบฝึกหัดเล่มใหญ่ ปัญหาผ่านมาเดี๋ยวมันก็ผ่านไป มันมาแวะทักทายเราให้ลองแก้ไขดูเท่านั้นเอง แก้ปัญหาไม่ได้ ก็เรียนรู้ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เจอทางออก ยอมแพ้ได้ไง

    @ เพื่อนชอบพูดข่มเราประจำ
    คนมีปมด้อยมาก ๆ ก็อย่างนี้แหละ ชอบข่มคนอื่นให้ด้อย เพื่อตัวเองจะได้เด่น เราไม่ถือสานายหรอก เอาไว้นายเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น นายก็จะรู้เอง

    @ เวลาอยู่ต่อหน้าคนเยอะๆรู้สึกประหม่า ๆไม่ค่อยเชื่อมั่นในตนเอง
    เวลายืนอยู่ในกลุ่มเพื่อนๆ ให้คิดอย่างนี้ดิ " ฉันคือราชสีห์ผู้สง่างาม ยืนอยู่ท่ามกลาง หมู่สัตว์น้อยใหญ่ทั้งหลาย ( ก็เพื่อน ๆ ไง ) นั่น ยีราฟ (คนสูง ๆ ) โน่น ฮิปโป้ (อิ อิ) นู่น เม่น (คนผมแข็ง ๆ) ฯลฯ " ..เดี๋ยวก็รู้สึกมั่นใจขึ้นมาเองแหละ

    @ เกิดมาจนโธ่ ! คนอย่างเรา
    เกิดมาจน ก็ได้เปรียบน่ะสิ เพราะได้มีโอกาสสร้างเนื้อสร้างตัว ด้วยลำแข้งของตัวเองจริง ๆ ชีวิตจะแข็งแกร่งกว่าคนที่เกิดมาสบาย ๆ ตั้งแต่เด็ก แหม..ได้เปรียบแล้ว ยังมาทำบ่นอีก

    @ เพื่อนจะขายตัวบอกว่าไม่เห็นจะหนักหัวใครเลย
    ช่าย..ย ..เราก้อเห็นด้วยกับเธอนะ นั่นไง เจ้า HIV ยังพยักหน้าเห็นด้วยเลย

    @ เรา"นมเล็ก"อยากใหญ่กว่านี้ทำไงดีอะ
    เล็กๆ กระทัดรัด น่ารักนะจะบอกให้ แล้วอีกอย่าง ธรรมชาติของผู้ชายเนี่ย เขาต้องการความอบอุ่น จาก "การดูแลเอาใจใส่" ต่างหาก ไม่ใช่จาก "หน้าอกใหญ่ ๆ "

    @ เรียนหนังสือยังไงให้เป็นเลิศและไม่ให้เครียดครับ
    คิดอย่างนี้ทุกวัน รับรองเป็นเลิศ"ฉันจะตั้งใจเรียนอย่างจริงจัง ฉันจะขยันอย่างไม่หยุดหย่อน ฉันจะค้นคว้าด้วยความอยากรู้จริง ๆ และ...ฉันจะไม่แข่งขันกับใคร นอกจากแข่งขันกับตัวเอง "

    @ ไม่รู้เป็นอะไรอยากได้โน่นได้นี่ตลอดเวลาแต่ไม่มีเงิน แหะๆ
    "อยากได้โน่นอยากได้นี่" มีแต่เสียเงินลูกเดียว " อยากทำโน่นอยากทำนี่ " ดีกว่า สนุกดี แฮปปี้ตลอดวัน แถมไม่ต้องเสียเงินสักบาท

    @ แง ... เพื่อนไม่สนใจเราเลยทำดีเอาใจทุกอย่างแล้วนะ
    ทำดีเพื่อให้คนอื่นมาสนใจมันก็เหื่ยวแห้งอย่างนี้แหละเธอ เป็นแม่พระดีกว่านะ... ดูแลเพื่อน ๆ เหมือนอย่างกับแม่ที่ดูแลลูก ให้ความอบอุ่นอย่างทั่วถึง แล้วแอบยิ้มอยู่คนเดียวเงียบ ๆ ....เฮ้อ ! เห็นคนอื่นมีความสุข แล้วก้อสบายใจ

    @ ถ้าหนูจะต้องทำในสิ่งที่ตัวเองไม่อยากทำเช่น ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน(อ้าว ! )
    ทำยังไงไม่ให้ขี้เกียจ ให้คิดดูว่า เราจะได้อะไรจากงานที่ทำนี้บ้าง คิดไปเรื่อย ๆ จนเกิดความรู้สึก "อยากทำ" เช่น "ล้างส้วม" เราได้อะไรบ้าง โห !เยอะแยะ
    1."ได้ออกกำลัง" ดีจังเรายิ่งอ้วน ๆ อยู่ด้วย
    2."ได้เสียสละ" เพื่อพ่อแม่จะได้เข้าห้องน้ำอย่างมีความสุข
    3. "ได้ฝึกอดทน" โตขึ้นเราจะได้แข็งแกร่ง ลุยได้ทุกที่
    4. "ได้บุญ" ใครเห็นห้องน้ำสะอาด เขาก็จะสบายใจ เราก้ออิ่มบุญ
    ฯลฯ ..(คิดไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก้อทนไม่ไหว อยากจะไปทำเองแหละ)

    @ ช่วยตัวเองบ่อยมากทำไงให้ลดลง
    เบรคตัวเองแรง ๆ ดิ เช่น .. " ไม่คุ้มเลย.. สุขวูบเดียว เพลียไปทั้งวัน...มันก็แค่อร่อยเหมือนแทะเนื้อติดกระดูก แทะยังไงก็ไม่อิ่ม ... ไม่มีปัญญาคิดสร้างสรรค์ความสุขอื่น ๆ แล้วหรือไง ถึงได้จมอยู่แต่เรื่องพวกนี้... เราวุ่นกับมัน มันก็วุ่นกับเรา ไม่เป็นอิสระสักที " ฯลฯ(ถ้าคิดแล้วยังเอาไว้ไม่อยู่ ก็ตามบายเหอะ มันไม่เสียหายอะไรนักหรอก)

    @ คืนนี้ อยู่คนเดียวกลัวผีอะบรื๋วว..ว์
    นี่พวกผี ตอนนี้ฉันกำลังสวดนะโม ตัสสะ ฯ อยู่นะ เตือนไว้ก่อนว่าพระพุทธเจ้าท่านกำลังประทับอยู่ในใจฉัน ผีตัวไหนอย่าอุตริโผล่ขึ้นมาหลอกล่ะ บาปกรรมหัวแตกเป็นเจ็ดเสี่ยงไม่รู้ด้วยนะเออ

    @ คนตามจองล้างจองผลาญกลั่นแกล้งเราไม่ยอมเลิก
    " เจ้ากรรมนายเวร" ภาค 2 ชัวร์ !! อย่างนี้ยิ่งตอบโต้ยิ่งเกมยาว (ถึงชาติหน้า) เจ๊ากันไปดีกว่า เอาเป็นว่าจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เรื่อยๆ ศัตรูได้ส่วนบุญเยอะ ๆ เดี๋ยวก็เลิกรากันไปเองแหละ

    @ กระเป๋ารถเมล์สายที่นั่งประจำพูดจาไม่สุภาพฟังแล้วไม่สบอารมณ์เลย
    น่าเห็นใจนะอาชีพนี้ นี่ถ้าฉันลองไปทำดูบ้าง ฉันก็คงจะเครียด และต้องแสดงอาการกริยาแบบนี้แหละ

    @ ทำตัวดีไม่เป็นภัยกับใครแต่กลับถูกใส่ร้ายป้ายสี
    ภูผาหินไม่กลัวพายุร้าย เราบริสุทธิ์ใจเสียอย่าง จะไปหวั่นไหวอะไรกะอีแค่ลมปาก เขาพูดป้ายสี สีก็เลอะที่ปากเขาสิ เราไม่เกี่ยว..

    @ ผมเป็นคนจับจดทำงานอะไรไม่เคยสำเร็จชาตินี้จะเอาดีกะเขาได้มั้ยเนี่ย
    นึกถึงภาระกิจที่จะต้องทำแล้วคิดด้วยความมั่นใจว่า " เข้ามาเล้ย..ย งานน่ะ ไม่กลัวอยู่แล้ว (ทุบกำปั้นบนฝ่ามือ) เรามั่นใจ ทำได้แน่ไม่เลี่ยง ไม่หนี ลุยลูกเดียว " (คิดทั้งวันทั้งคืน ชาตินี้จะไม่มีวันเป็นคนจับจด)

    @ นิสัยตัวเองไม่ดีชอบจ้องจับผิดคนอื่น
    " มิน่าเล่า เราถึงไม่มีเพื่อนที่ดีเหลือเลยสักคน จับผิดตัวเองดีกว่า สนุกกว่ากันเยอะเลย "

    @ ติดเกมงอมแงมเสียการเสียงานอยากเลิก แต่เลิกไม่ได้
    พูดท้าทายตัวเองดิ เช่น" เล่นเกมสนุก แต่ไม่มีสาระ เสียเวลาไปเปล่าๆ ไหนเก่งจริง ลองทำงานให้สนุกเหมือนเกมดูซิโด่...ทำได้หรือเปล่า มีปัญญาอ๊ะป่าว "

    @ ทำสิ่งที่ไม่ดีบางอย่างมา(ทำอะไรไม่บอกอะ)
    รู้สึกกังวลและเครียดมากหายใจไม่ทั่วท้องเลย หายใจเข้าออกลึก ๆ ให้สุดปอดตลอดทั้งวัน และบอกกับตัวเองว่า "ถ้ามันไม่ร้ายแรงถึงกับตาย เราก็ไม่ต้องไปกลัวไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เรารับได้อยู่แล้ว เราแก้ไขปรับปรุงตัวเองได้ สบายมาก "

    @ ถูกขาใหญ่ตบกระโหลกที่หน้าปากซอยฮึ่ม..แค้นมาก เดี๋ยวจะลากปืนไปยิงมัน
    โห..! คิดได้ไงเนี่ยจะเอาเพชรไปแลกกะถ่าน คุ้มจริงๆ นะเพ่

    @ ทำไมโรงเรียนต้องบังคับนักเรียนชายให้ตัดผมด้วยหมดหล่อเลยเรา เผด็จการชัด ๆ
    ลดความหล่อบ้างสักนิดก็ดีนะสาว ๆ จะได้ไม่กวน ขอบคุณคับคุณครู ที่ช่วยให้ผมได้เรียนหนังสือเต็มที่กับเขาสักที

    @ ไม่สบอารมณ์คนนั่งข้าง ๆ (ใครหว่า ?)ขอคาถาขับไล่หน่อยสิ
    ได้สิ.. " โอมเพี้ยง.. ชิ๊ว ๆ ๆ ไปพวกความคิดที่ไม่ดีทั้งหลาย หายวับกับตาไปให้หมดเดี๋ยวนี้เลย ฉันจะได้ใจเย็นๆ สักที "

    @ ฮือ..ๆๆเราติดเอดส์เรากลัวตาย..ฮือๆๆ
    เข้มแข็งๆ กล้าหาญไว้ โอ.!.ฉันขอบคุณโรคเอดส์ เพราะมันทำให้ฉันไม่ประมาทในชีวิตอีกต่อไป ฉันจะรักษาสุขภาพกายใจให้ดีๆ อายุจะได้ยืนยาวไปอย่างน้อยอีกสิบปี (ไม่แน่นะ ถึงตอนนั้นอาจจะมียารักษาให้หายแล้วก็ได้ ) ฉันจะทำความดีให้มากๆๆๆ จวบจนวินาทีสุดท้ายเพราะพระท่านว่าคนที่ทำความดีไม่ต้องกลัวโลกหน้า ตายไปเมื่อไหร่จะสุขเหลือล้นจนคนข้างหลังอิจฉาเลยทีเดียวเชียว

    @ เจอพวกชอบโทร(สาธารณะ)นานแทบจะกางมุ้งนอนรอ
    ถ้าไม่กล้าเคาะเตือน ขณะที่เรายืนรอ ลองฝึกสังเกต คนพวกนี้เล่นๆ ก็ได้ สนุกดีนะ เช่น"อึมม์..เจ้าหมอนี่ นุ่งกางเกงยีนส์ปะๆแต่ว่าซักสะอาด แสดงว่าชอบโชว์ความเก๋า แต่.. เล็บมือด๊ำดำ ว๊า ! หมดท่าเลย สังเกตดูเสื้อ สก๊อตสีน้ำเงินซะด้วย แต่ดูดีๆ ตะเข็บเย็บไม่ประณีต สงสัยจะเป็นเสื้อโหล ชอบยืนพิงตู้โทรคุยแบบนี้ น่าจะเป็นคนขี้เกียจนะ นั่น ๆ มีสมุดเรียนเหน็บที่กระเป๋าหลัง อ๋อ ! เรียนอยู่สถาบันนี้เอง แหวะ .. ทีหลังมีเราลูก เราไม่ส่งเรียนที่นี่หรอก นิสัยไม่ดี ฯลฯ " (บางคนกว่าจะออกจากตู้ สงสัยสังเกตจนเขียนตำราได้หนึ่งเล่ม หุ หุ ) "

    @ เป็นคนขึ้อายมากกกกค่าเวลาคุยกะใครม้วนไปม้วนมา
    จะคุยกับหนุ่มใช่มั๊ยล่า..า รู้ทันหรอกน่า ให้คิดว่าเขาเป็นลูกชายคนโตของเราดิ แม่รู้สึกยังไงกะลูกล่ะ เอ็นดูใช่มั๊ย สงสารใช่มั๊ย ให้มีเมตตากรุณาต่อผู้ชายทุกคนที่คุยด้วย แต่ไม่หวั่นไหวกะใครง่าย ๆ ความอายจะหายไป ............ทำได้ป่าว

    @ มีคนใส่ร้ายเราเราโกรธมากจนนอนไม่หลับ
    เขาทำความชั่วเขาก็ได้ผลชั่วของเขาเอง เรามามัวนอนโกรธ จนนอนไม่หลับ อย่างนี้ก็สมใจเขาสิ เปลี่ยนไม่ถือสาหาความ เมตตาเอ็นดูเขาดีกว่านอนหลับสบาย แถมฝันดีอีกต่างหาก

    @ มีแฟนหลายคนสับหลีกไม่ทันอะ
    มีแฟนเยอะ แสดงว่าเรายังไม่เจอรักแท้ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราจะลองแกล้งป่วยดู ถ้าคนไหนมาเยี่ยม แสดงว่าคนนั้นก็ผ่านรอบคัดเลือก เราจะทดสอบกลั่นกรองให้เหลือคนที่ดีที่สุด เพราะรักเดียวใจเดียวคือความสุขที่แท้จริง

    @ ครูสอนน่าเบื่อโดดเรียนดีกว่าเรา
    โดดเรียน ได้ผ่อนคลาย มีเสรี จะไปไหนก็ได้ อึมม์...มันก้อดีเหมือนกันนะ แต่ทว่า...มันเป็นการหนีปัญหา เพราะอีกหน่อยเราก็คงต้องหนีเรื่อยไป หนีหน้าคน -หนีการงาน -หนีความรับผิดชอบ ขืนเป็นอย่างนี้ อนาคตของเราคงจะไปไม่รอดแน่ๆ สู้เลย..! จะไปกลัวอะไร ถ้าครูสอนน่าเบื่อ เราก็เรียนให้มันน่าสนุกสิ ง่ายจะตายไป เรื่องอะไรจะหนีเรียนให้เสียชื่อ เราสู้วันนี้ วันหน้าสบายมาก เย.."

    @ ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะครับทำไมผู้ใหญ่ชอบบังคับกันเรื่อย
    ถ้าไม่อยากให้รู้สึกว่ามีคนมาบังคับ ก็ต้องทำอะไรด้วยเหตุผลของตัวเอง
    เช่น :-

        โรงเรียนบังคับให้ตัดผม
        เราก็คิดว่า "เราตัดผมไม่ใช่เพราะกลัวลงโทษ แต่เราตัดผมเพราะเราเคารพกฎของโรงเรียนต่างหาก"

        แม่สั่งให้เก็บที่นอนทุกเช้า
        เราก็คิดว่า "ที่เราทำไม่ใช่เพราะกลัวแม่ด่า แต่เพราะเห็นว่ามันเป็นระเบียบเรียบร้อยดีต่างหาก"

        พ่อบังคับไม่ให้เราไปเที่ยวไหนในวันหยุด
        เราก็คิดว่า ที่เราไม่ไปไหน ไม่ใช่เพราะกลัวพ่อดุ แต่เพราะเราต้องการจะฝึกตัวเองให้เข้มแข็งต่างหาก" ฯลฯ

    @ มีครูอยู่วิชาหนึ่งไม่ให้เกียรตินักเรียนชอบพูดสบประมาทเด็กอยู่เรื่อยเลย
    ทุกครั้งที่ได้ยินถ้อยคำดูหมิ่น ให้ยิ้มน้อยๆด้วยความเข้าใจและเห็นใจ(ผู้พูด) และ ให้คิดในใจว่า" พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญเราผู้ที่มีความหนักแน่น อดทนต่อถ้อยคำ ประกอบดัวย เมตตา และ ปัญญา ว่าเป็น ผู้ใหญ่ หาใช่ เด็ก ไม่ "

    @ เป็นโรคใจง่ายเข้าใกล้คนหล่อ ๆทีไรหวั่นไหวทุกที
    เวลาเข้าใกล้คนหล่อ ให้นึกถึงอะไรที่น่าเกลี๊ยด น่าเกลียดภายในตัวของเขาสิ เช่น ขนจมูกของเขา ขี้หูของเขา ขี้ตา... .. รังแค.... อึ ..(แหวะ) คิดอย่างนี้ เดี๋ยวก็หายหวั่นไหวไปเอง ..ไม่เชื่อ ลองดูดิ

    @ เพื่อนๆ ในห้องมีแฟนกันหมดแล้วมีเหลือแต่เรา "แหง่ว..ว" อยู่คนเดียว
    คิดมุมกลับ.. " เพื่อนๆ ในห้องหาเรื่องไปร้อนรนทุรนทุรายกันหมดแล้ว เหลือแต่เราอยู่เย็นเป็นสุขอยู่คนเดียว เย..! "

    @ อยากเที่ยวกลางคืนให้มันสนุกสุดเหวี่ยงไปเลย
    สุดเหวี่ยงจนลงเหวน่ะสิไม่ว่า เที่ยวกลางคืนเนี่ยปากทาง แห่งความเสื่อมเลยนะตัวเอง

    @ ข้างบ้านชอบแต่งตัวโป๊ขอคาถาข่มใจหน่อยดิ
    โอม ! ... ธรรมดาๆๆ ๆไม่เห็นจะน่าตื่นเต้นอะไร เหม็นขี้เหงื่อ เหม็นขี้ไคล ใคร ๆ ที่ไหน ก็เหมือนกัน (ท่องไปจ้องไปนะ )
     
     
    December 02

    เพื่อน

    อดใจไม่ไหวคับพี่น้อง
     
    บทความนี้มันดีอ่ะ เลยเอามาอัพไว้อีกอันนึง
     
    ว่าแล้วก้ออ่านแล้วเม้นให้ด้วยนา
     
    ความคิดสมัย ป.1เพื่อนที่ดีคือคนที่ไปห้องน้ำเป็นเพื่อนคุณ     แล้วก็จับมือคุณระหว่างเดินผ่านห้องโถงที่น่ากลัว

           ความคิดสมัย ป.2 เพื่อนที่ดีคือคนที่ทำให้คุณเข้าเรียนคลาสที่ไม่อยากเรียน (มั้ง)

           ความคิดสมัย ป.3 เพื่อนที่ดีคือคนที่แบ่งอาหารกลางวันให้คุณ  เมื่อคุณลืมกล่องข้าวไว้ที่บ้าน = =?

          ความคิดสมัย ป.4เพื่อนที่ดีคือคนที่ยอมเปลี่ยนคู่เต้นในวิชาลีลาศเมื่อคุณไม่อยากจับคู่เต้นอยู่กับนิกจอมลามกหรือเอ็มกลิ่นแรง

         ความคิดสมัยป.5เพื่อนที่ดีคือคนที่เผื่อที่นั่งให้คุณเมื่อถึงมื้อเที่ยง

         ความคิดสมัย ป.6เพื่อนที่ดีคือคนที่พาคุณไปหาคนที่คุณตกหลุมรัก  เพื่อขอให้เค้ามาเต้นรำกับคุณ  เผื่อว่าเค้าปฏิเสธคุณจะได้ไม่ต้องอายไง

         ความคิดสมัย ม.1เพื่อนที่ดีคือคนที่ให้คุณลอกรายงานสังคม

         ความคิดสมัย ม.2เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณทำรายงานกลุ่มและไม่เคยนินทาคุณลับหลัง

          ความคิดสมัย ม.3เพื่อนที่ดีคือคนที่เปนที่ปรึกษาปัญหาหัวใจให้คุณและอินกับคุณในทุกๆอารมณ์

          ความคิดสมัยม.4 คือคนที่ยอมเปลี่ยนวิชาเรียนเพื่อที่คุณจะได้มีเพื่อนนั่งกินข้าว

         ความคิดสมัย ม.5เพื่อนที่ดีคือคนที่ยอมให้คุณขับรถใหม่ของเค้าช่วยคุยกะพ่อแม่ของคุณเวลาคุณมีปัญหา  แล้วก็คอยปลอบคุณตอนที่คุณเลิกกับแฟน

          ความคิดตอน ม.6เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณเลือกมหาวิทยาลัยที่จะเข้า  แถมยังช่วยคุยกับพ่อแม่ให้ยอมให้คุณไปเรียนมหาลัยนั้นอีกด้วย  

           ในงานจบการศึกษา เพื่อนที่ดีของคุณ คือคนที่ร้องไห้เงียบๆในใจ  แล้วก็แบ่งปันรอยยิ้มกว้างๆ ให้คุณ หน้าร้อนหลังจบ ม.6    

            เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณล้างขวดหลังงานปาร์ตี้    ช่วยคุณแอบย่องออกจากบ้านตอนที่คุณตกลงกับพ่อแม่ไม่ได้   ทำให้คุณกับแฟนกลับมาคบกันอีก       ช่วยคุณเก็บของเพื่อย้ายไปมหาลัยแล้วก็กอดคุณอย่างเงียบๆ   มองคุณด้วยแวว-ตาที่ขุ่นมัวพร้อมกับความทรงจำ  18 ปีที่ผ่านมา......    ให้กำลังใจคุณในทางที่คุณเลือกเดินเหมือน 18ปีที่ผ่านมา

         และตอนนี้ เพื่อนที่ดี  ....   ยังคงเป็นคนที่ให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ     จับมือของคุณเมื่อคุณกลัว ช่วยคุณต่อสู้กับสิ่งที่พยายามเอาเปรียบคุณ คิดถึงคุณตลอดเวลาที่คุณไม่อยู่  เตือนคุณในสิ่งที่คุณลืม  ช่วยคุณผ่านอดีต   แต่ก็เข้าใจเมื่อคุณอยากอยู่กับอดีตอีกซักนิด  อยู่กับคุณเพื่อให้คุณมีความมั่นใจ หรือไปไกลๆ คุณซักพักเพื่อให้คุณได้มีเวลากับตัวเอง ช่วยคุณแก้ไขความผิดพลาด  
    ช่วยคุณจัดการกับความกดดันทั้งหลาย  ยิ้มให้คุณเมื่อยามคุณเศร้า
    ช่วยให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้น   และอย่างสำคัญที่สุด คือ  ขอบคุณสำหรับความเป็น-เพื่อน   ไม่ว่าเราจะไปถึงจุดไหน   หรือเรากลายเป็นอะไรจะไม่มีวันลืมคนที่ช่วยให้เราไปถึงจุดนั้น   ไม่มีการผิดเวลาที่จะโทรศัพท์  หรือส่งข้อความ   เพื่อบอกเพื่อนของคุณว่า คุณคิดถึงพวกเค้าขนาดไหน หรือว่าคุณรักพวกเค้าขนาดไหน


          ถ้าคุณรักใครซักคน ก็บอกเค้าซะ จำไว้เสมอเลยนะว่าพูดสิ่งที่คุณคิด    
    สิ่งที่คุณหมายถึง อย่ากลัวที่จะแสดงความรู้สึกของตัวเอง ใช้โอกาสนี้ในการบอกใครซักคนที่มีความหมายกับคุณ คว้าเอาไว้แล้วจะไม่เสียใจ
    สิ่งสำคัญที่สุด อยู่ใกล้ๆ   กับเพื่อนและครอบครัว สำหรับการที่พวกเค้านั้นทำให้คุณกลายมาเป็นคุณในวันนี้  บอกความรู้สึกซะให้เกิดความแตกต่างขึ้นในวันของคุณและเค้า ความแตกต่างระหว่างการแสดงความรัก และการเสียใจ คือ  การเสียใจอาจจะอยู่ตลอดไป

    อย่ารอ.......ให้ถึงพรุ่งนี้

    วันนี้ไปเจอเรื่องๆนึงที่อยากจะให้เพื่อนๆได้อ่าน แต่ก่อนอ่าน ลองอ่านข้อความก่อนหน้านี้ด้วย
     
    แหะๆ ดีเหมือนกัน แล้วช่วยเม้นกันด้วยนา
     
    เอาล่ะ ไม่เกริ่นละ มาอ่านกันเลยดีกว่า
     
    บทความนี้เขียนขึ้นโดย จอร์จ คอลลิน ซึ่งเป็นดาราตลกที่โด่งดัง เขาเขียนขึ้นในวันที่ 11 กันยายน (ตึกเวิรด์เทรดถล่ม) หลังจากที่ทราบว่าภรรยาของเขาเสียชีวิตในตึกนั้นด้วย.

            ทำ..ในสิ่งที่อยากจะทำ อยากให้ทุกคนได้อ่าน ข้อความนี้ มีความหมายดีนะ

              ทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น มีถนนกว้างขึ้นแต่ความอดกลั้นน้อยลง

             เรามีบ้านใหญ่ขึ้น แต่ครอบครัวของเรากลับเล็กลง

             เรามียาใหม่ ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพกลับแย่ลง

             เรามีความรักน้อยลง แต่มีความเกลียดมากขึ้น

             เราไปถึงโลกพระจันทร์มาแล้ว    แต่เรากลับพบว่า…….
    แค่การข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้านกลับยากเย็น.....

            เราพิชิตห้วงอวกาศมาแล้ว แต่แค่ห้วงในหัวใจกลับไม่อาจสัมผัสถึง

            เรามีรายได้สูงขึ้น แต่ศีลธรรมกลับตกต่ำลง
            
            เรามีอาหารดี ๆ มากขึ้นแต่สุขภาพแย่ลง
            
            ทุกวันนี้ทุกบ้านมีคนหารายได้ได้ถึง 2 คน แต่การหย่าร้างกลับเพิ่มมากขึ้น



            ดังนั้น……จากนี้ไป……ขอให้พวกเรา อย่าเก็บของดี ๆ ไว้โดยอ้างว่าเพื่อ
    โอกาสพิเศษ   เพราะทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่คือ ……โอกาสที่พิเศษสุด……
    แล้วจงแสวงหา การหยั่งรู้

            จงนั่งตรงระเบียงบ้านเพื่อชื่นชมกับการมีชีวิตอยู่ โดยไม่ใส่ใจกับความ…..อยาก…

            จงใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูงคนที่รักให้มากขึ้น…….

            กินอาหารให้อร่อย ไปเที่ยวในที่ที่อยากจะไป

            ชีวิตคือโซ่ห่วงของนาทีแห่งความสุขไม่ใช่เพียงแค่การอยู่ให้รอด
            
             เอาแก้วเจียระไนที่มีอยู่มาใช้เสีย

            น้ำหอมดี ๆ ที่ชอบ จงหยิบมาใช้เมื่ออยากจะใช้

           เอาคำพูดที่ว่า…….สักวันหนึ่ง……..ออกไปเสียจากพจนานุกรม

            บอกคนที่เรารักทุกคนว่าเรารักพวกเขาเหล่านั้นแค่ไหน
      
            อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ที่จะทำอะไรก็ตามที่ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น

            ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที มีความหมาย  เราไม่รู้เลยว่าเมื่อไรมันจะสิ้นสุดลง
     
    November 29

    MSN เล่นไปเพื่ออะไร

    แหะๆ นานมาแล้วเคยมีคนเข้ามาอัพสเปซ
    แต่ตอนนี้นานๆทีจะได้เข้ามาอัพบ้าง
     
    แหม...ก้อคนมันยุ่งนิหน่า
     
    วันนี้ไปเจอเรื่องๆหนึ่ง เข้าท่าดี อาจจะเคยอ่านเจอผ่านforward mailมาบ้างแล้ว
     
    แต่อ่านดูอีกครั้ง แล้วจะรู้ว่า MSN เล่นไปเพื่ออะไร
     
    ...เคยถามตัวเองบ้างมั้ย ว่าเล่น MSN ไปเพื่ออะไร...
    ...ไว้แชท ไว้ส่งงาน ไว้เฉยๆอย่างนั้น...
    ...แต่สำหรับเรา มันไม่ใช่...

    ...MSN เป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวดีๆต่างๆมากมาย...
    ...ทำให้เราได้รู้จักคนมากหน้าหลายตา ทั้งในและนอกโรงเรียน...
    ...เปลี่ยนสังคมของเราให้มีขนาดใหญ่ขึ้น...
    ...ไม่รู้สึก "เหงา" เวลาได้แชทกับใครซักคนในนั้น...
    ...พูดคุยเล่น ถามสารทุกข์สุขดิบ...
    ...นัดดันไปกินข้าว นักกันไปเที่ยว...
    ...เปิดเว็บแคม พูดออกทางไมโครโฟน ส่งเพลง ฯลฯ...

    - เชื่อว่า...หลายคน ก็มีคนที่"อยาก"จะคุยด้วยอยู่ใน Lists -

    ...คนๆนั้นอาจจะเป็นคนพิเศษของคุณหรืออะไรก็ตาม...
    ...เขาเป็นคนที่พิมเร็ว คุยเก่ง สรรหาเรื่องมาเล่าให้เราขำอยู่หน้าจอ...
    ...หรืออาจจะมาขอคำปรึกษาจากเรา เวลาเศร้ามา ผิดหวัง อกหัก...
    ...เนื่องจาก เราไม่เห็นหน้าเขา เขาไม่เห็นหน้าเรา...
    ...เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า เขามีความรุ้สึกยังไง...
    ...นั่นอาจจะเป็นข้อดีในส่วนหนึ่ง...

    ...เวลาเขาเศร้า... เราอาจจะนั่งร้องไห้ให้เขา โดยที่เขาไม่รู้ตัว
    ...เวลาเขาสนุก... เราก็นั่งหัวเราะเป็นคนบ้าอยู่ในห้องเพียงลำพัง
    ...เวลาเขาบ่น... เราอาจจะนั่งเท้าคางหน้าจอ อ่านไปเรื่อยๆ แล้วนั่งพิมปลอบ

    ~ เวลาเขาพูดถึงคนๆนั้น เราอาจจะเผลอลืมพิมตอบโดยไม่รู้ตัว!! ~

    ...MSN เป็นที่รวบรวมหลากหลายอารมณ์ในที่นั้น...
    ...สุข เศร้า เหงา ซึม อาจจะเกิดขึ้นที่เดียวกัน...

    + คุณเคย... รอใครซักคนในนั้นมั้ย +

    ...มันอาจจะเป็นเรื่องปกติของหลายๆคน...
    ...รอให้คนๆนั้นมาคุยกะเรา ในขณะที่เรากำลังนั่งเฝ้ารออยู่หน้าจอ...
    ..."เขาออนแล้ว.. ทำไมยังไม่มาทักเราอีกนะ" เคยบ่นแบบนี้ในใจบ้างมั้ย...

    * MSN ก็เป็นอีกที่นึง ที่ทำให้เรา "เสียความรู้สึก" ได้เช่นกัน *

    ...หน้าจอเตือนแล้วว่าเขา ON MSN...
    ...เมื่อก่อนนั้น เขาทักเราก่อนเสมอ แล้วก็พูดคุยกันยาวเหยียดยัน ตี1 ตี2...
    ...ตอนนี้ เขาไม่ทักเราก่อนแล้ว...
    ...มิหนำซ้ำ ถามอะไรไปก็ไม่ค่อยตอบ บอกปัด "อืมๆ" อยู่ตลอดเวลา...
    ...ลักษณะการพูดจาเริ่มไม่เหมือนเดิม...
    ...ดูเหินห่าง หรือ "เริ่มเบื่อกันแล้ว"....
    ...เมื่อตอนออก ก็ออกไปซะอย่างงั้น ทั้งที่เมื่อก่อนเคยบอก Good night ทุกคืน...
    ...บางครั้ง คุยแล้ว ก็ปล่อยให้นั่งรอคำตอบ ทั้งๆที่มันนานแล้วนะ...
    ...หลายคนก็ยังคงรออยู่แบบนั้น...

    \เพราะอะไร//

    ++เพราะคุณ คือคนที่เค้าเฝ้ารออยากจะคุยด้วยยังไงล่ะ++

    ...การรอคอยอะไรซักอย่าง...
    ...โดยเฉพาะ คนที่เราให้ความสำคัญไปแล้ว...
    ...มันทรมาณนะ เหมือนตัวเองไม่มีค่าเลยยังไงก็ไม่รู้...

    ...บางคนอาจจะไม่รุ้สึก แต่คนที่มันนั่งรอคุณน่ะ...
    ...มันเจ็บอยู่ข้างในลึกๆรู้มั้ย...

    ฿ บางที... เขาก็ไม่อยากทักก่อน เพราะเกรงใจคุณ ฿

    ...ตอนนี้... คุณหลงลืมความสำคัญของใครซักคนไปรึเปล่า...
    ...รีบซะนะ ก่อนที่ความสำคัญที่เขามีให้คุณ...
    ...จะลดน้อยลงไปกว่านี้...
    ...เขาอยากได้ยินคำว่า "ฝันดีนะ" จากคุณอยู่นะ...
    ...ออนเอ็มซะ คนที่เขา"รัก"คุณ กำลังรออยู่...
    October 06

    เพื่อนกะแฟน มันแทนกันไม่ได้

    ระหว่างเพื่อนกะแฟน...


    อาหาร
    เพื่อน: ข้าวราดแกง / ก๋วยเตี๋ยว ราคาไม่เกิน 30แดกไรแพงๆวะ เปลืองชิบ
    แฟน: แดกห่าอะไรก็ได้ที่มันไม่ใช่ข้าว - สปาเกตตี้
    เฟรนฟรายซ์ ซูชิ ชิสุ สั่ง กันไป… มื้อละร้อยขึ้น
    --------------------------
    ข้ามถนน
    แฟน: ข้ามได้มั้ย ระวังนะครับ! จับมือผมไว้
    เพื่อน: ………อ้าว! xxx;… รอกูด้วย(แม่งข้ามไปนานละ)
    --------------------------
    เวลาเดิน
    แฟน: แนบชิดประหนึ่งตัวดูดแบบสุ­­ากาศ
    เพื่อน: เฮ้ย! ไปไกลๆกูหน่อยดิ ร้อนจะตายห่า!!
    --------------------------
    บนรถเมล์
    แฟน: นั่งก่อนเลยครับ เดี๋ยวผมยืนเอง
    เพื่อน: เหยิบหน่อยดิวะ กูจะนั่งด้วย!
    --------------------------
    เงิน
    แฟน: มีเสมอ..จ่ายไม่อั้น
    เพื่อน: ไม่มีเสมอ... คุณออกไปก่อนละกัน เดี๋ยวกูให้(แร้วแม่งก็ชิ่ง)
    --------------------------
    มาสาย
    แฟน: ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้
    เพื่อน: ทำห่าไรอยู่วะ มาโคตรช้าเลย สาด ...เลี้ยงข้าวกูเลย(เพิ่งจะมาก่อนแม่ง ได้ 5 นาทีเหมือนกัน)
    --------------------------
    ช่วยทำธุระ
    แฟน: ว่างเสมอ - อ๋อ ว่างครับ จะให้ไปถึงที่นั่นกี่โมงดี จะได้เตรียมตัวล่วงหน้า
    เพื่อน: ไม่เคยว่าง - ขนของย้ายห้องเหรอวะ .. เออ...ที่จริงก็ได้นะ แต่พอดีแม่กูให้ช่วยพาไปหาญ­าติๆฝ่ายแม่ว่ะ แล้วบ่ายๆต้องไปหาของฝ่ายพ่ออีก คงไม่ว่างแล้วละ
    --------------------------
    กลับบ้านดึก
    แฟน: เดี๋ยวผมนั่งรถไปส่งดีกว่านะ กลับคนเดียวอันตราย
    เพื่อน: กลับยังไงวะคุณ มีค่ารถป่าว แต่กูไม่มีให้ยืมนะเว้ย
    --------------------------
    ป่วย
    แฟน: เป็นไรมากมั้ย? กินยายังคับ ห่มผ้าด้วยนะ(แม่งดูแลแม่อย่างนี้ป่าววะ)
    เพื่อน: เป็นห่าไรอีกวะ สำออยอะดิคุณ… ออกมาให้ไวเลย แดกเหล้ากัน
    ---------------------------
    สอนหนังสือ
    แฟน: ไม่เข้าใจตรงไหนบอกนะครับ จะอธิบายให้ใหม่

    เพื่อน: กูสอนคุณ 3 รอบแล้วนะ ห่านี่ แดกหมาแทนข้าวไงวะ
    --------------------------
    วาเลนไทน์
    แฟน: ให้คุณได้ทุกอย่าง ยกเว้น ดาว เดือน และ ขนหน้าอก
    เพื่อน: ……………(วันนี้มันไม่มีตัวตน)
    --------------------------
    โดนทิ้ง
    แฟน: เราไปกันไม่ได้ / อย่ามายุ่งกับเรา / ไปไหนก็ไปรำคาญ
    เพื่อน: ไม่เป็นไรเว้ย! ช่างแม่ง … คุณยังมีกูอยู่
    October 05

    วันนี้กะรุ่นน้องของเรา

    ไม่ได้อัพสเปซซะนาน ฝุ่นขึ้นกันเลยทีเดียว
     
    วันนี้น้องโควต้าจะมาสอบสัมภาษณ์กัน
     
    ดีใจมากมาย ได้ทำตัวเป็นรุ่นพี่ซะที แต่จะดีหรือป่าวไม่รู้นะ
     
    แหกขี้ตาตื่นเอาตอนตีห้า กว่าจะได้ออกจากบ้าน
     
    ก้อปาเข้าไปหกโมงครึ่ง
     
    ไปถึงม.8โมง โหแม่เจ้า รุ่นน้องเต็มเลย
     
    ยังเด็กๆกันทั้งนั้น หึหึ เหมือนคนโรคจิตเลยวุ้ย
     
    ดูแล้วสดใสดีอ่ะ อยากกลับไปสิบสี่อีกครั้ง
     
    หลังจากที่เก็บข้าวของเรียบร้อยแล้วก้อเริ่มต้นภารกิจ
     
    ลงไปรอน้องใต้ตึก CB4
     
    หลังจากนั้นก้อพาน้องๆขึ้นมาที่ห้องภาค
     
    แล้วก้อนั่งคุย แหม น้องๆเอาแฟ้มมากันคนละเล่มสองเล่ม
     
    ไอ้ตอนสมัยเราเนี่ยนะ เหอะๆ มีแค่ใบประกาศลูกเสือกะค่ายผู้นำ
     
    555+
     
    แต่น้องๆเค้าหน้าตาซีเครียดกันจังเลยอ่ะ
     
    เลยต้องแหย่เข้าไป จะมุขขำไม่ขำ แค่น้องยิ้มก้อพอแล้ว
     
    ดูเหมือนเป็นคนดีเนอะ
     
    หลังจากคุยกันไปซักพัก เค้าก้อเริ่มเรียกชื่อทีละคน
     
    ตอนแรกเราก้อค่อยๆเดินคุยกะน้องไป ซักพักเราก้อเริ่มเบื่อ
     
    เข้าไปคุยกะน้องที่รอเข้าไปสัมภาษณ์ดีกว่า
     
    คุยไปเรื่อย น้องเครียดกันจังเลย ตอนรุ่นพี่ไม่มีแฟ้มยังไม่เครียดเลย
     
    น้องมองหน้า แล้วเริ่มต้นเครียดต่อไปอย่างอดทน
     
    เอาล่ะสิ เราเครียดเอง
     
    พอไปซักพัก คิวเริ่มน้อยพี่ๆเริ่มว่างกัน
     
    ก้อมารุมล้อมรุ่นน้องทีละ5-6คน
     
    เล่นเอาน้องหายเครียดมาเขินแทน
     
    แหย่กันไปแหย่กันมา
     
    จากน้องๆที่คิดว่าไม่แน่ที่จะเข้า กลายเป็น80% ที่จะเข้า
     
    เจ๋งไปเลยน้องรัก 555+
     
    หลังจากเส็ดคนสุดท้ายก้อล่อเข้าไปเที่ยง หิวข้าวชะมัดยาด
     
    แต่เราก้อภูมิใจที่ได้ดูแลเทกแคร์น้องๆ
     
    แม้จะไม่มาก แต่ใครเลือกที่จะเข้าที่นี่ก้อยินดีต้อนรับมาเป็นน้อง
     
    ของพี่พี่ทุกคนเลย น้องที่ไม่เลือกก้อด้วยนะ
     
    ความผูกพันแม้จะสั้น แต่ก้อมีความหมายนะ
     
    แล้วเจอกันนะน้องๆ แม้ว่าน้องจะไม่ได้อ่าน
     
    แต่คนมันอยากพูดนิ
     
    ไปละน๊า งานเยอะ555+
    August 12

    งานเลี้ยงรวมกลุ่ม~ครั้งแรกในชีวิตมหาลัย

    เย้...ตอนนี้เราก้อมีเรื่องจะมาอัพซักที หลังจากไม่มีเรื่องให้เล่ามานาน
     
    เอาล่ะวันนี้ หรือเมื่อวานของวันนี้
     
    มีการนัดรวมพลคนน่าตาดี ที่ไม่มีแฟน
     
    หลังจากแยกย้ายกันไปนานทีเดียว
     
    วันนี้นัดกันตอน11โมง กว่าจะพร้อมก้อประมาณ 11โมงครึ่งได้
     
    นั่งแท๊กซี่ไปสยามราวกับบ้านล่ำ
     
    ไปจองคิวถ่ายรูปที่โฟโต้มี
     
    ไปหาอะไรกินกันเล็กน้อยที่เดอะพิซซ่า
     
    รองท้องแค่สองถาด ชิวชิว
     
    แล้วไปถ่ายรูป ดีนะ เลือกฉากห้องครัวไว้
     
    ได้ใจมั่กมั่ก
     
    หนุกหนานสุดสุด ไว้คราวหลังจะเอารูปมาลงให้
     
    แล้วก้อเดินทางไปหาห้องร้องเกะ
     
    กันอย่างเมามัน เดินไปทั่วสยาม ไม่มีเลยพี่น้อง
     
    ห้องเต็ม มันจะมาเสียงดีอะไรพร้อมๆกันเนี่ย
     
    เดินหาไปซักพักก้อจองที่มาบุญครองเอาไว้แหละ
     
    แก้ขัดไปก่อน
     
    จองเส็ดก้อไปนั่ง... ที่ร้านเคเอฟซี
     
    อย่างไฮโซ สั่งน้ำแก้วเดียว เอ้ยสอง
     
     พอกินกันเส็ดก้อได้เวลาพอดีเลย
     
    เก่งป่ะล่ะ 7คน กินน้ำสองแก้ว ครึ่งชั่วโมง
     
    แล้วก้อไปร้องเกะกัน ร้องแบบนอนสต๊อป
     
    ครึ่งเพลงเปลี่ยนทันที ทำให้เกิดอาการ ไม่รู้จะร้องอะไร
     
    ตอนที่มันผ่านไปแล้วชั่วโมง
     
    สุดท้ายได้ร้องจบเพลงอยู่แค่ไม่กี่เพลงเท่านั้น
     
    แต่เพลงสุดท้ายนี่จบก่อนเค้าปิดซักสามวิได้
     
    แม่นจริงๆ
     
    พอร้องเส็ดก้อไปเอารูป โอ้แม่เจ้า
     
    รูปสวยดีมั่ก คุ้มๆ
     
    แบ่งมรดกกันเส็ดก้อเดินทางกลับบ้านด้วยรถแท๊กซี่
     
    เสร็จสรรพวันนี้ก้อล่อเข้าไป4ร้อย
     
    เซ็งเป็ด 555+
     
    แต่เสียเงินไปแลกกะความคิดถึงที่ในที่สุดก้อได้เจอกัน
     
    ถือว่าสี่ร้อยจิ๊บๆไปเลย แต่เรื่องจะเอาเงินที่ไหนไปกินนั้น
     
    ก้อต้องสุดแล้วแต่เพื่อนใหม่ที่บางมดทั้งหลาย
     
    จะเห็นใจแล้วล่ะครับโฮ่ะ โฮ่ะ
    August 06

    วิธีการหา url จากไฟล์ในเครื่อง

    เนื่องด้วยข้าน้อยค่อนข้างเก็บกดเพราะว่าไม่สามารถหาโค้ดเพลงใหม่ๆมาลงสเปซได้

    จึงไขว่คว้าและค้นคว้า ฮึ่มๆ

    และแล้วก้อได้555+

    กรณีนี้จำเป็นที่จะต้องมีเน็ตที่เร็วพอตัว..ขอย้ำ

    ขั้นแรกเราก้อต้องหาเวบเพื่อที่จะเอาเพลงนั้นๆไปฝากเอาไว้

    เวบที่แนะนำเพราะเราก้อใช้อยู่นั่นคือ www.yousendit.com

    พอเข้าไปแล้วจะได้เห็นหน้าจอประมาณนี้

     Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

    เราก้อเอาอีเมลล์ของเราใส่ลงไปทั้งสองช่องบน ในรูปจะเห็นว่าใส่ลงไปแค่ช่องผู้ส่ง

    แต่ช่องบนใส่เพื่อให้มันส่งลิ้งค์มาที่เมลล์เรา เผื่อเราลืม

    หลังจากนั้นก้อเลือกไฟล์ที่เราต้องการ

    แล้วก้อกด send

    เส็ดแล้วจะมีหน้าจออย่างงี้Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

    แล้วเราก้อรอ ร้อ รอ ไปเรื่อยๆจนกว่ามันจันเส็ด พอมันเส็ดมันจะส่งเมลล์มาหาเราเพื่อให้เราเปิดลิ้งค์

    หรือจะกดจากหน้าจอนี้ก้อได้ เพราะมันจะโชว์ตอนเล็ดเหมือนกันPhoto Sharing and Video Hosting at Photobucket

    ตรงตัวสีน้ำเงินนั่นแหละ เป็นไฟล์ที่เราจะดาว์นโหลดได้ และไอ้เมลล์ที่มันส่งไปก้อจะบอกไอ้ลิ้งค์ตัวนี้แหละPhoto Sharing and Video Hosting at Photobucket

    แต่เราจะไม่ดาว์นโหลด ก้อเรามีอยู่แล้วนี่ แต่เราเอา Url ของมัน ด้วยการคลิกขวาแล้วเลือก properties

    จะได้รูปต่อมาPhoto Sharing and Video Hosting at Photobucket

    นั่นไงเล่า 555+ และแล้วurlหรือ โค้ดเพลงที่เราต้องการมันก้อมาอยู่ตรงนี้ที่นี่

    ตรงตัวaddress แต่ในบางกรณี หน้าจออาจจะยั้วเยี้ย

    แต่ให้เราดูแต่ที่ address ไม่ใช่ location

    อย่าลืมนะจ๊ะ วิธีนี้ใช้ได้ผลดีทีเดียว ส่วนที่มานี่ก้อต้องยกเครดิตให้กับ

    www.dek-d.com

    เพราะเวบเด็กอย่างเรานี่เอง555

    วันนี้ไปก่อนล่ะ สบายใจแล้ว 555+

    โอ้ยบ้าไปแล้ว 555+

    หัวเราะไม่หยุดแล้วว้อย555+

    ไปซะที เฮ้อ...555+

    วันนี้...ฉันมีเธอ

    วันนี้ ...ฉันมีเธอ
    สุเมธ & เดอะปั๋ง

    ก็ไม่รู้ว่าอะไร
    ทำให้เราได้พบกัน
    ทั้งที่มันไม่น่าจะเป็นไปได้
    เธอก็มีโลกของเธอ
    ต่างกับฉันมากมาย
    เหมือนไม่มีอะไรเลยที่คล้ายกัน

    แต่ถามว่าชอบเธอไหม
    สบตาแล้วถูกใจไหม
    ก็ตอบว่าใช่เป็นอย่างนั้น
    จะเป็นลิขิตจากฟ้า
    หรือว่าปาฏิหารย์
    อะไรยังไงก็คงไม่สำคัญ
    เท่ากับวันนี้ฉันมีเธอ

    เธอไม่เป็นอย่างที่ฉันคิด
    เธอไม่ใช่คนที่ฉันฝัน
    แต่เธอเป็นมากกว่านั้น
    เธอคือคนที่ฉันรัก

    แต่ถามว่าชอบเธอไหม
    สบตาแล้วถูกใจไหม
    ก็ตอบว่าใช่เป็นอย่างนั้น
    จะเป็นลิขิตจากฟ้า
    หรือว่าปาฏิหารย์
    ฉันเองก็ไม่เคยเข้าใจ

    เท่ากับวันนี้ฉันมีเธอ
    และจะขอมีเธอ อยู่อย่างนี้
     
    July 07

    จากคอมพิวเตอร์ปีหนึ่ง..สู่..cpeยี่สิบเอ็ด

    "คอมพิวเตอร์ปีหนึ่ง...คอมพิวเตอร์ปีหนึ่ง...เพลงBOOM CPE...เพลงBOOM CPE..."
     
    เสียงที่ค่อนข้างคุ้นเคยในช่วงนี้  เพลงบBOOMของภาคเรานั่นเอง มะวานนี้ เป็นวันที่พวกเราต้องแสดงSpirit
     
    ซึ่งเป็นหนึ่งสิ่งสุดท้ายในSOTUS
     
    ในเมื่อเราได้สิ่งนี้มาแล้วเราจะบอกว่าSOTUS เนี่ยคืออะไร
     
    S..Seniority.. ความเคารพในพี่น้อง
     
    อันแรกนี่ใช้เวลานานทีเดียวกว่าพี่เค้าจะยอมรับ เพราะเราต้องแสดงให้พี่เค้าเห็นตลอดเวลา ว่าเราให้ความเคารพพี่เค้าเสมอ
     
    O..Order..ความรับผิดชอบ ความมีวินัย ความใส่ใจทำงาน
     
    อันที่สองนี่เน้นยาก และต้องใช้เวลา พี่เค้าจะสั่งงานเราสองถึงสามชิ้น ให้เราไปทำ ซึ่งงานที่เราจะทำ ก้อจะเล่าให้ฟังต่อไป
     
    T..Tradition.. ประเพณี ธรรมเนียมปฏิบัติ
     
    อันนี้คือ เราต้องไม่ทำให้สิ่งที่พี่พี่เค้าทำมานั้น มาเสียในรุ่นเรา อะไรประมาณนั้น คิดเองเลยนะเนี่ย
     
    U..Unity.. ความเป็นหนึ่งเดียวกัน
     
    อันนี้เราต้องแสดงให้เห็น ในงานที่เราทำ และกิจกรรมที่พี่สั่ง ว่าเราเป็นพวกเดียวกัน ไม่มีแบ่งแยก สามัคคีกัน
     
    S..Spirit..อันนี้ไม่รู้จะอธิบายยังไง เพราะว่า มันต้องรู้ด้วยตัวเองแล้วจะรู้ว่าเราเนี่ย จะมีSpiritหรือไม่
     
    ทั้ง5อย่างนี้ เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมีเมื่อเราดำรงชีวิตอยู่ในมหาลัย หรือแม้แต่การดำรงชีวิตในอนาคต
     
    เอาล่ะนะ ณ บัดนี้ เราจะมาเล่าให้ฟังว่า เราเหล่าCPE21นั้น ผ่านการทดสอบของพี่ๆมาอย่างไร
     
    การทดสอบมีขึ้นสองวัน  วันแรกเป็นการทดสอบการร้องเพลงประจำภาควิชา ไอ้ร้องเนี่ยมันร้องได้แล้วล่ะ แต่มันยังไม่สมบูรณ์
     
    เราก้อร้องไปสิ สุดเสียง ประมาณ5-6รอบได้มั้ง พี่เค้าก้อบอกว่า ยังมีคนอู้ ต้องให้ร้องทุกคน แบบเต็มเสียง
     
    ร้องไปเรื่อย เสียงเกือบหมดแล้ว มันก้อยังไม่ผ่านเลย นานมาก แบบว่า ท้อเลยอ่า
     
    ยังดีพี่เค้ายังให้พักบ้าง ร้องใหม่ พี่เค้าสั่งให้แบ่งเป็นสามกลุ่ม ร้องเพลงเดียวกัน
     
    กลุ่มแรกเริ่มร้องไปได้ซัก2-3ท่อน กลุ่มสองก็เริ่มร้อง เริ่มท่อนแรกเลยนะ เริ่มฟังไม่รู้เรื่องแล้ว
     
    เหมือนเดิม กลุ่มสามเริ่มร้องตอนที่กลุ่มสองร้องไป2-3ท่อน โหเสียงงี้ฟังไม่รู้เรื่องเลย
     
    เอาแค่ให้ในกลุ่มร้องพร้อมกันก้อแย่แล้ว พี่เค้ารอฟังไป3-4รอบก้อบอกให้หยุด แล้วบอกว่า ถ้ายังร้องไม่พร้อมกันอย่างงี้ ยังไงก้อไม่ได้หรอก
     
    แล้วก้อให้ร้องใหม่ เราก้อร้องไปอย่างงงๆ แล้วมันจะพร้อมกันยังไงเนี่ย ร้องไปก4-5รอบมันไม่พร้อมอยู่แล้วล่ะแน่นอน
     
    พี่เค้าก้อว่า ไม่พร้อมกัน ไหนบอกว่าฝึกมาแล้วไง และอื่นๆอีกมากมาย "มันจะพร้อมมั้ยเนี่ย เริ่มไม่พร้อมกันเนี่ย "คิดอย่างงี้
     
    พี่เค้าให้เวลาปรึกษากันก่อน เราก้อวางแผงเลย เอางี้ละกัน กลุ่มแรกให้ร้องช้าๆ กลุ่มสองให้ร้องให้ทันกลุ่มแรก
     
    แล้วสองกลุ่มค่อยรอกลุ่มสาม แน่นอน เราอยู่กลุ่มสาม ต้องเร่งแบบโคดๆเลย
     
    พอเริ่มร้องไปนะ กลุ่มหนึ่งร้องช้ามาก พี่เค้าก้อว่า ว่าจะช้าไปไหนให้ร้องใหม่
     
    ร้องใหม่กลุ่ม1 ก้อพยายามช้านะ กลุ่มสองพยายามเร็ว พี่เค้าบอกจะเร็วไปไหน ให้กลุ่มสองหยุดร้อง
     
    ผิดแผนมากมาย กลุ่มสามเราก้อร้องไม่ทันแล้วล่ะ เละเป็นโจ๊กเลยพี่น้อง
     
    พี่เค้าก้อบอกว่า ร้องอย่างงี้ ไหนว่าปรึกษาแล้ว ทำไมยังไม่พร้อมกัน
     
    ร้องใหม่ประมาณ2-3รอบ รอบเกือบสุดท้ายกลุ่ม1กะกลุ่มสองพร้อมกันแล้ว เหลือกลุ่มสามอีกประมาณ5-6คำได้
     
    เหนื่อยเหมือนกัน แต่ใช้สมองดี ได้ความสามัคคีดีมากๆ เลย รอบสุดท้ายจับจุดได้ เลยสำเร็จในที่สุด
     
    แล้วพี่เค้าก้อให้BOOM ตอนนั้นหวัดกิน ก้มมากไม่ได้ มันหายใจไม่ออก
     
    ร้องไปซักพัก พี่เค้าคงกลัวเลยเวลา เค้าเลยปล่อยก่อน แล้วบอกว่าพรุ่งนี้งานที่สั่งไป ขอให้ทำให้เต็มที่
     
    พี่พูดอย่างงี้ ค่อนข้างโล่งอกนะ แบบเหมือนกับว่า พี่เค้ารอดูช่วงสุดท้าย ถ้าดีก้อได้
     
    วันรุ่งขึ้นมาม.แต่เช้า มาเตรียมงานและซ้อมเพลง งานนี้ทุ่มทุนสร้างมากมาย มีทั้ง ป้ายผ้า 1 ผืน Cut Out 4 มั้งนะ
     
    ตัวมาสค๊อต 6ตัว Propอีกเพียบ แต่งเพลงสันทนาการใหม่อีก 4 เพลง แบบว่าหมดตัวเลยงานนี้ เตรียมงานมาได้1อาทิด
     
    งานเริ่มตอน12.30 พอซัก12.00ก้อรวมตัวเตรียมเดินทาง
     
    ตามแผนที่วางไว้นะ จะมีพวกPR ประมาณ10คน ขึ้นไปแจกใบปลิว และแบบสอบถาม
     
    หลังจากนั้นPRจะได้รับสัญญาณให้ลงมาอย่างเร็ว แล้วพวกที่เหลือกว่า100 คน จะวิ่งแหกปาก หรือโวยวาย หนีตัวมาสค๊อตสองตัวที่วิ่งตามมา
     
    ตานนี้แหละ คนทั้งโรงอาหารก้อจ้องมองมา และงง สงสัย หรืออะไรก้อไรแล้วแต่
     
    ตัวมาสค๊อตนั้นมันก้อคือตัวบุหรี่ มีดาบด้วย555+ จำได้ว่ายัดใส่มือมันเอง
     
    แล้วพวกเราก้อจะมานั่งรวมกันอย่างลนลาน ที่กลางโรงอาหารขอความช่วยเหลือ โดยมาสคอต บุหรี่จะมายืนล้อมเอาไว้
     
    ทันใด้นั้นมาสคอตอีกสี่ตัว เป็นกล่องนม ก้อจะมาสู้กะบุหรี่ เอาพุงชนกัน ช่วงนี้ฮาสุด เพราะมาสคอตยังเอามือมาจับกันไม่ได้เล้ย
     
    มันดูอุ้ยอ้าย น่ารัก จนพี่ๆขำกัน
     
    พอบุหรี่ล้มลงทั้งสองตัว ก้อจะมีเสียงปรบมือ และเฮมาจากพวกเรา
     
    หลังจากนั้น ก้อจะบรรเลงเพลงประมาณครึ่งชั่วโมง เต้นตลอด ทั้งสันใหม่ สันเก่า บูมไก่ ไก่ย่าง โอ้ยมันส์
     
    พอเต้นเส็ดก้อได้รับเสียงปรบมือจากพวกพี่ๆ"สุดยอด..สุดยอดสุดยอด..ๆ"
     
    ปลื้มครับพี่น้อง เสียงหายเหงื่อตก สนุกมาก คุ้มๆ
     
    แล้วเราก้อลงมาจากโรงอาหาร มาเต้นท่ามดคอมต่อ ตอนนี้อ่านะ เราอยากบอกว่า เราดีใจมากๆเลยอ่ะ ที่ได้มาร่วมงานกะเพื่อนๆ
     
    แบบว่าได้ใจเลยอ่า เต้นได้ไม่ได้ก้อพยายามกัน
     
    หลังจากนั้นเราก้อเข้าเรียนต่อไม่ต้องบอกมั้ง หลับกันจน..อาจารย์ว่าเลยอ่า555+
     
    จะให้ทำไงล่ะเนอะ เหอะๆ
     
    ตอนเย็นก้อยังมีทดสอบครั้งสุดท้าย พี่เค้าให้เราแสดงอะไรบางอย่าง เราก้อเอาเลย ร้องเพลงCPE เจ้าเอย
     
    ร้องไปสิ เกือบ10รอบได้มั้งยังไม่ได้ ยังไม่ดี มาร์ชCPEเกือบ10รอบ ยังไม่ดีอีก
     
    จนต้องเปลี่ยนรูปขบวนใหม่ จนได้นั่นแหละ เสียงงี้ DUAL คอ ยังไม่พอเล้ย
     
    พอเส็ดแล้ว พี่เค้าก้อจัดการ ให้เราBOOM CPE ไป5-6รอบ
     
    พี่เค้าสั่งว่า คอมพิวเตอร์ปีหนึ่งๆ  เพลง BOOM CPEๆ
     
    ร้องอีก3-4รอบ พี่เค้าบอก"พอ.."
     
    แล้วก้อสั่งอีก "CPE 21..CPE21..เพลง BOOM CPE..เพลง BOOM CPE.."
     
    ใจมาเป็นกองเลย เค้าเรียกเราว่าCPE21 เสียงมาจากไหนไม่รู้อ่ะ ดังจนพื้นสั่น อันนี้ไม่โม้
     
    ร้องไปสองรอบได้ พี่ๆปีสองก้อลงมาBOOM ด้วย เสียงดังสนั่นมากมาย
     
    หลังจากนั้นพี่ๆก้อสั่งว่า "วิศวะคอมพิวเตอร์ ยกเว้นปีหนึ่ง เพลงBOOM CPE"แล้วพี่เค้าก้อBOOM ให้เรา
     
    ร้องเพลงอีกเพลงนึง เต็มที่จริงๆ พี่ๆเรา แล้วพี่เค้าก้อบอกว่า
     
    "จากนี้เว้ย..จะมีแค่ CPE1..2..3 จนถึง CPE18..19..20..แล้วก้อพวกคุณ..CPE21"
     
    ปรบมือเกรียว ชอบมากคำนี้ คุ้มแล้วที่เราทำมา
     
    แล้วพี่เค้าบอกว่า ที่แสดงตอนเที่ยง ผมขอดูอีกรอบ ได้มั้ย...
     
    ได้คร้าบๆๆๆๆ สนุกสนานกันไป พี่ๆก้อเต้นด้วย หลังจากนั้นก้อประกาศสายรหัส
     
    โอ้จอร์จ พี่ว๊ากนั่นเอง สายรหัสเรา 55 โลกกลมมากมาย
     
    ตอนนี้ จบไปแล้วสำหรับการรับรุ่นของภาควิศวะคอม ต่อจากนี้ เราพร้อมแล้วที่จะต่อสู้กับการเรียน การบ้าน55
     
    และพร้อมแล้วที่จะอยู่ในมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี แห่งนี้ ต่อไป